Page 178 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 178
เรียนรู้อย่างมีความสุข สอดคล้องกับการทำางานของสมองผ่านการเล่น ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่นปลอดภัย ในการดำาเนินงาน
จะให้ความสำาคัญกับการถ่ายทอดเป้าหมายการพัฒนาจากยุทธศาสตร์ชาติสู่กระทรวงและระดับพื้นที่ บูรณาการ
การทำางานกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงชุมชนมีส่วนร่วมหรือเป็นภาคีเครือข่าย
การทำางานร่วมกันในการจัดบริการการศึกษาทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และระดับพื้นที่ โดยนำาเทคโนโลยีสารสนเทศ
มาใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการ เพิ่มช่องทางการให้บริการ และพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา 402 ส่วนกระทรวง
สาธารณสุขได้บูรณาการงานด้านเด็กปฐมวัยกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง 4 กระทรวง โดยในปี 2563 กรมอนามัยได้จัดทำา
road map การดำาเนินงานกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้องโดยมีเป้าหมาย คือ การส่งเสริมให้เด็กไทยเกิดอย่างมีคุณภาพ
มีการเจริญเติบโตสูงสมส่วน และมีพัฒนาการสมวัยทั้งด้านสติปัญญา อารมณ์ และทักษะการคิดวิเคราะห์ที่ดี อย่างไรก็ดี
จากการดำาเนินงานที่ผ่านมาพบอุปสรรคหลายประการ อาทิ ขาดการเชื่อมโยงกับหน่วยงานต่าง ๆ มีการบูรณาการเฉพาะ
ส่วนกลางแต่ในส่วนภูมิภาคยังไม่เป็นไปตามแผน สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยไม่มีสังกัดเข้าไม่ถึงข้อมูลและขาดการกำากับดูแล
ซึ่งจะมีการทบทวนปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นเพื่อนำาไปปรับปรุงให้เกิดผลในทางปฏิบัติจริงต่อไป 403
เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 มีการจัดสัมมนาทางวิชาการประจำาปีคณะเศรษฐศาสตร์ เกี่ยวกับ
ความเหลื่อมลำ้าด้านสุขภาพของเด็กปฐมวัย โดยมีการนำาเสนองานวิจัยที่ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพและพัฒนาการ
ของเด็กปฐมวัย (อายุไม่เกิน 5 ปี) ในประเทศไทย ซึ่งสรุปสาระสำาคัญได้ว่า สุขภาพและพัฒนาการของเด็กปฐมวัย
มีความสัมพันธ์กับระดับความมั่งคั่งของครัวเรือน เด็กในครัวเรือนที่มีความมั่งคั่งมากกว่ามีแนวโน้มที่ได้จะได้รับสารอาหาร
ที่ครบถ้วนมากกว่า มีโอกาสการเข้าถึงสื่อในการเรียนรู้มากกว่า มีโอกาสได้อยู่กับพ่อแม่มากกว่า และมีการปฏิสัมพันธ์กับ
พ่อแม่มากกว่า การที่แม่เป็นผู้ดูแลหลักและเป็นหัวหน้าครัวเรือนอาจส่งผลทางลบต่อสุขภาพของเด็ก การทำากิจกรรม
ร่วมกับเด็ก (โดยเฉพาะการอ่านหนังสือ การเล่าเรื่อง) ส่งผลทางบวกต่อพัฒนาการด้านสติปัญญาของเด็กและ
ช่วยลดพฤติกรรมด้านลบ ศูนย์ดูแลเด็กเล็กส่งผลทางบวกต่อพัฒนาการด้านสติปัญญาของเด็ก ขณะที่การใช้อุปกรณ์
อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มความน่าจะเป็นที่เด็กจะมีพฤติกรรมก้าวร้าวและมีอาการสมาธิสั้น
สืบเนื่องจากปี 2562 กสม. ได้รายงานถึงสถานการณ์ด้านสุขภาพของเด็กในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ซึ่งพบว่ามีภาวะทุพโภชนาการในสัดส่วนที่สูงและมีจำานวนของเด็กไม่ผ่านเกณฑ์การได้รับวัคซีนป้องกันโรคสูงกว่าเด็ก
ในพื้นที่อื่น ส่งผลให้มีเด็กเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน เช่น โรคหัด เป็นต้น ในปี 2563
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้จัดทำาแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2563-2565 ซึ่งมี
เป้าหมายหนึ่งคือ ให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็น “พื้นที่ปลอดโรคหัดภายในปี 2563” มีการแต่งตั้งคณะทำางาน
ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคหัดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการรณรงค์ประชาสัมพันธ์
404
และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโรคหัดและการรับบริการวัคซีนผ่านสื่อบุคคล วิทยุ และอื่น ๆ อย่างไรก็ดี จากรายงานข้อมูล
ของเด็กอายุครบ 1 ปี และ 3 ปีที่ได้รับวัคซีน ของกระทรวงสาธารณสุข ในปี 2563 พบว่า เด็กในพื้นที่จังหวัดยะลา ปัตตานี
402
จาก ศธ.เตรียมแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย วางรากฐานอนาคตชาติ, โดย ศธ 360, 2563. สืบค้นจาก https://moe360.
blog/2020/02/18/ศธ-เตรียมแผนพัฒนาเด็กปฐ/
403
จาก สรุปรายงานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนงานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ประจ�าปี 2563, โดย
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข, 2563.
404
จาก ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2563-2565, โดย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า, 2563.
สืบค้นจาก https://www.isoc5.net/files/strategy_plan/(สมบูรณ์)ยุทธศาสตร์พัฒนา%20ศอ.บต.ปี%2063.pdf
176 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
National Human Rights Commission of Thailand

