Page 172 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 172
ซึ่งรวมถึงกลุ่มที่จะไปลงทุนในต่างประเทศโดยหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐ และการบังคับใช้แนวปฏิบัติของสำานักงาน
ความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) หรือ สพพ. โดยการกำาหนดเงื่อนไขให้ทุกโครงการ
ที่ได้รับเงินกู้จาก สพพ. จะต้องทำาการศึกษาความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงการดำาเนินการ
392
ของ ก.ล.ต. ในการออกหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชนในแบบแสดงรายงานประจำาปี ตามที่ได้
กล่าวไปแล้ว
นอกจากนี้ ที่ผ่านมายังมีกรณีโครงการก่อสร้างเขื่อนในบริเวณแม่นำ้าโขงของประเทศลาวซึ่งมีข้อกังวลถึง
ผลกระทบต่อระบบนิเวศทางธรรมชาติ ที่อยู่อาศัย และการดำารงชีวิตโดยเฉพาะการทำาประมงและการเกษตรกรรมของ
ประชาชนในพื้นที่จังหวัดที่ติดอยู่กับแม่นำ้าโขงของประเทศไทย เช่น เขื่อนไซยะบุรี เขื่อนปากแบง และเขื่อนหลวงพระบาง
ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับการรับซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนดังกล่าวของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะกรณีโครงการ
393
ไฟฟ้าพลังนำ้าเขื่อนปากแบงนั้น กสม. ได้มีข้อเสนอแนะ ไปยังคณะรัฐมนตรีให้กำาชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ
รับซื้อพลังงานไฟฟ้าดังกล่าวให้ตระหนักถึงข้อห่วงกังวลของทุกภาคส่วน โดยการนำาหลักการชี้แนะฯ มาพิจารณาปรับใช้
เป็นแนวทางในการตัดสินใจ และให้มีการยกระดับความสำาคัญของแม่นำ้าโขง โดยให้มีการจัดทำาแผนอนุรักษ์ระบบนิเวศ
และวิถีชีวิตริมฝั่งแม่นำ้าโขง และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในแม่นำ้าโขงอย่างยั่งยืนเพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมาย
การพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) 394
การประเมินสถานการณ์
พัฒนาการหรือความก้าวหน้า หลังจากรัฐบาลได้ประกาศใช้แผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับ
สิทธิมนุษยชน ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2562-2565) ในช่วงปลายปี 2562 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อน
ประเด็นธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนที่ทวีความสำาคัญมากขึ้น ในปี 2563 รัฐบาลเน้นความสำาคัญในการเร่งสร้างความเข้าใจกับ
หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการขับเคลื่อนประเด็นต่าง ๆ ที่กำาหนดไว้ในแผนปฏิบัติการฯ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์
ภายในกรอบระยะเวลาที่กำาหนด รวมถึงการจัดตั้งกลไกในการติดตามผลการดำาเนินของหน่วยงาน นอกจากนี้ รัฐบาล
ยังมุ่งเน้นในการสร้างความเข้าใจและเตรียมความพร้อมให้กับภาคธุรกิจโดยการจัดอบรมซึ่งรวมถึงหลักสูตรที่เป็นทางการ
ของหน่วยงานที่กำากับดูแลภาคธุรกิจประเภทต่าง ๆ
ปัญหาหรืออุปสรรค การดำาเนินการตามแผนปฏิบัติการฯ ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น อาจยังไม่เห็นผลสำาเร็จหรือ
ความเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมมากนัก โดยยังปรากฏว่ามีการดำาเนินการของภาคธุรกิจที่ก่อให้เกิดผลกระทบ
392
จาก สรุปผลการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 เรื่อง รายงานสรุปผลการพิจารณา ต่อข้อ
เสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน กรณีประชาชนสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียน มาได้รับ
ผลกระทบจากการทาเหมืองแร่ของบริษัทเอกชน, 2563. สืบค้นจาก https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/33742
393
จาก รายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ 68/2563 ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563, โดย คณะกรรมการ
สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ.
394
ณ ปัจจุบัน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้เสนอให้กระทรวงพลังงานจัดตั้งคณะทำางานเพื่อพิจารณาดำาเนินการ
ตามที่ กสม. เสนอ โดยกระทรวงพลังงานจะนำาหลักการชี้แนะฯ (UNGPs) มาพิจารณาประกอบการกระบวนการพิจารณารับซื้อ
ไฟฟ้าจากโครงการไฟฟ้าพลังนำ้าของ สปป.ลาว นอกจากนี้ สำานักงานทรัพยากรนำ้าแห่งชาติยังได้ปรับแผนงบประมาณในปี 2563
เพื่อสนับสนุนโครงการนำาร่องแต่ละจังหวัดเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของประชาชนริมนำ้าโขง และเสนอแผนต่าง ๆ เพื่อการอนุรักษ์
ระบบนิเวศน์และวิถีชีวิตริมฝั่งแม่นำ้าโขง ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรริมนำ้าโขงอย่างยั่งยืน
170 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
National Human Rights Commission of Thailand

