Page 31 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2562
P. 31
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
National Human Rights Commission of Thailand 30
ขั้นที่ 1 • การประมวลสถานการณ์ที่ผ่านมา และจัดทำาข้อมูลเบื้องต้นพร้อมนำาเสนอ
การวางแผน ประเด็นหลักที่จะติดตาม
ขั้นที่ 2 • การรวบรวมข้อมูลภายในสำานักงาน กสม. การรวบรวมข้อมูลจากภายนอก
การเก็บข้อมูล/ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสื่อต่าง ๆ
ตรวจสอบ
• การประชุม/การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสัมภาษณ์เฉพาะกลุ่มกับบุคคล
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
• การบันทึก/จัดเก็บข้อมูลตามประเด็นสิทธิ
ขั้นที่ 3 • การเปรียบเทียบ/ตรวจสอบมาตรฐานสิทธิมนุษยชน
การเปรียบเทียบ/ (1) สนธิสัญญาหลักด้านสิทธิมนุษยชนและรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
การวิเคราะห์
(2) สรุปข้อสังเกต (Concluding Observations) ของกลไกประจำาสนธิสัญญา
หลักด้านสิทธิมนุษยชน และ (3) การตอบรับของรัฐบาลต่อข้อเสนอแนะจาก
กระบวนการ UPR
• การวิเคราะห์และประเมินผลความสอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนข้างต้น
ของประเด็นนั้น ๆ จากปีที่ผ่านมา
ขั้นที่ 4 • การจัดทำาร่างรายงานตามประเด็น กลุ่มประเด็น และในภาพรวมของรายงาน
การจัดทำาร่าง ทั้งฉบับ
รายงาน
ขั้นที่ 5 • การนำาเสนอร่างรายงานต่อที่ประชุม กสม. ด้านบริหาร เพื่อขอความเห็นชอบ
การเสนอรายงาน • การจัดพิมพ์และจัดส่งรายงานให้กับรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี พร้อมเผยแพร่
ต่อรัฐสภาและ ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป ไม่เกิน 90 วัน นับจากวันสิ้นปี 2562
คณะรัฐมนตรี
ในการจัดท�ารายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนฉบับนี้ กสม. ได้เก็บรวบรวมข้อมูลเหตุการณ์ที่
เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นระหว่างเดือนมกราคม - ธันวาคม 2562 และการด�าเนินการของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง
จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ได้แก่ แหล่งข่าวที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ เรื่องร้องเรียนที่ กสม. ได้รับ รายงานผลการตรวจสอบ
การละเมิดสิทธิมนุษยชน และข้อเสนอแนะในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของ กสม. การสอบถามข้อมูลจาก
หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการจัดให้มีกระบวนการปรึกษาหารือและรับฟังความเห็นจากผู้แทนของหน่วยงานของ
รัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาชนและองค์กรพัฒนาเอกชน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่รอบด้านและมีการสอบทานข้อมูลเพื่อความถูกต้อง
จากนั้นได้น�าข้อมูลทั้งหมดมาประมวลและวิเคราะห์เปรียบเทียบกับสิทธิมนุษยชนที่รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ กฎหมาย
ภายใน หนังสือสัญญาระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคีและมีพันธกรณีที่ต้องปฏิบัติตาม ทั้งพันธกรณีในการเคารพ
การใช้สิทธิของประชาชน การคุ้มครองบุคคลที่ถูกละเมิดสิทธิ และการด�าเนินการให้สิทธิเป็นจริง (Obligations to respect,
protect and fulfill) รวมทั้งจากข้อสังเกตและข้อเสนอแนะต่อประเทศไทยของคณะกรรมการประจ�าสนธิสัญญาระหว่าง
ประเทศด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคี และข้อเสนอแนะจากกระบวนการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชน
(Universal Periodic Review: UPR) ภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติที่ไทยรับมาด�าเนินการ
ส�าหรับสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่ กสม. ใช้เป็นกรอบในการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนและ
ข้อเสนอแนะ ประกอบด้วย สนธิสัญญาหลักด้านสิทธิมนุษยชนที่ไทยเป็นภาคีแล้ว 7 ฉบับ ที่ลงนามไว้และอยู่ระหว่าง
การด�าเนินการเข้าเป็นภาคี 1 ฉบับ รวมทั้งอนุสัญญาที่จัดท�าในกรอบองค์การแรงงานระหว่างประเทศที่ประเทศไทย
เป็นภาคีและมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยในปัจจุบันหรือจะมีผลใช้บังคับในอนาคตอันใกล้รวม 17 ฉบับ ดังนี้

