Page 198 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2562
P. 198
197 รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๒
แต่ให้ร้องทุกข์กล่าวโทษแทนผู้เสียหายซึ่งเป็นไปมาตรา 37 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 ที่บัญญัติว่า ในกรณีที่การละเมิดสิทธิมนุษยชนเรื่องใดเป็นความผิด
อาญาและผู้เสียหายไม่อยู่ในฐานะที่จะร้องทุกข์หรือกล่าวโทษด้วยตนเองได้ ให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
หรือผู้ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมอบหมายมีอ�านาจร้องทุกข์หรือกล่าวโทษได้โดยให้ถือว่าเป็นผู้เสียหาย
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ทั้งนี้ กสม. ได้ออกแนวปฏิบัติในการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษแทน ภาค
ผนวก
ผู้เสียหายในคดีอาญาแล้วเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2561
จึงชี้แจงมาเพื่อทราบทั่วกัน
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
19 พฤศจิกายน 2562
หมายเหตุ การจัดท�าค�าชี้แจงต่อรายงานการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนประจ�าปี 2561 ของกระทรวงการต่างประเทศ
สหรัฐอเมริกา ได้หยุดชะงักลง เนื่องจากเมื่อวันพุธที่ 31 กรกฎาคม 2562 มีกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติบางคนลาออก ท�าให้
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีกรรมการเหลือเพียง 3 คน เป็นเหตุให้ไม่สามารถเปิดประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 ได้
ต่อมาเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 ประธานศาลฎีกาและประธานศาลปกครองสูงสุดได้แต่งตั้งผู้ท�าหน้าที่เป็นกรรมการชั่วคราว
จ�านวน 4 คน ท�าให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสามารถเปิดประชุมเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้และคณะกรรมการ
สิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้พิจารณาเห็นชอบค�าชี้แจงฉบับนี้ในการประชุมเมื่อวันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2562

