Page 191 - รายงานฉบับสมบูรณ์ (ฉบับย่อ) โครงการแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย : กรณีแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก
P. 191

▫ M4 ข้อจำกัดในสิทธิด้านการรวมกลุ่ม


                             ประเด็นที่เกิดขึ้น หรือ ถูกกล่าวอ้างว่าเกิดขึ้น

                                 o   ไทยได้ให้สัตยาบันเกือบครบทุกประเด็นในสนธิสัญญาหลักด้านสิทธิมนุษยชน ว่า

                                     ด้วยสิทธิแรงงานขั้นพื้นฐานของ ILO ยกเว้นอนุสัญญาว่าด้วยอิสระในการรวมกลุ่ม
                                     (C087 และ C098)

                                 o  ขณะที่ประเทศคู่แข่งและคู่ค้าที่เลือกมาศึกษาเปรียบเทียบ ได้แก่บราซิล เยอรมนี

                                     และสวีเดน ต่างก็ได้ให้สัตยาบันในสนธิสัญญาหลักด้านสิทธิมนุษยชน ILO ว่าด้วย
                                     อิสระในการรวมกลุ่มไปแล้วอย่างน้อยประเทศละ 1 ฉบับ

                                 o  แรงงานข้ามชาติในไทยบางรายมีบทบาทในคณะกรรมการสวัสดิการของบริษัท และ

                                     มีสิทธิ์เป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน แต่ไม่มีสิทธิเป็นสมาชิกจัดตั้งหรือเป็น
                                     กรรมการบริหารสหภาพแรงงาน


                             ข้อเสนอเชิงนโยบาย / ข้อเสนอเพื่อแก้ไขกฎหมาย

                                 o  รัฐบาลไทยควรให้สัตยาบันในสนธิสัญญาหลักด้านสิทธิมนุษยชนว่าด้วยเสรีภาพใน

                                     การสมาคมและการร่วมเจรจาต่อรองของแรงงาน ซึ่ง ILO กำหนดเป็นสิทธิพื้นฐาน

                                     ของแรงงาน
                                 o  ควรเพิ่มมาตรการคุ้มครองสิทธิการรวมกลุ่มของแรงงานในมาตรฐาน GAP สำหรับ

                                     ฟาร์มสัตว์ปีก  (ปัจจุบันมีกำหนดไว้อยู่แล้วใน GLP Poultry และ TLS)

                                 o  ให้สิทธิแรงงานข้ามชาติในการเป็นสมาชิกจัดตั้งสหภาพแรงงาน และแก้ไขกฎหมาย
                                     ตามร่าง พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. .... มาตรา 99 ให้แรงงานข้ามชาติสามารถ

                                     เป็นกรรมการและอนุกรรมการสหภาพแรงงานได้

                       นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมอีกใน 2 ประการ ประการแรก ควรมีการทบทวนปรับปรุง

               กฎหมายคุ้มครองแรงงานที่บัญญัติให้เรียกค่าจ้างย้อนหลังได้ไม่เกิน 2 ปี (ตามประมวลกฎหมายแพ่งและ

               พาณิชย์ มาตรา 193/34(9)) ซึ่งทำให้เกิดปัญหาในกรณีที่แรงงานถูกละเมิดสิทธิในเรื่องค่าจ้างมามากกว่า 2 ปี
               แต่ก็สามารถเรียกร้องได้เพียง 2 ปี เท่านั้น ทำให้นายจ้างได้ประโยชน์จากการละเมิดสิทธิของตนเองอย่างไม่

               เป็นธรรม และประการที่สอง คือ ขอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) พัฒนาระบบการคุ้มครอง

               สิทธิของผู้ร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ผู้ร้องมีความเสี่ยงที่สูงเกินไป เพราะที่ผ่านมามีเพียง
               ระบบรับเรื่องร้องเรียนแต่ไม่มีระบบการคุ้มครองสิทธิของผู้ร้องเรียน ซึ่งอาจจะเป็นอุปสรรคสำคัญที่ไม่จูงใจให้

               แรงงานใช้กลไกของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการร้องเรียนด้านสิทธิ









               ร่างรายงานขั้นสุดท้าย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย                      หน้าที่ 173 | 180
   186   187   188   189   190   191   192   193   194   195   196