Page 36 - รายงานศึกษาวิจัยการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน
P. 36
การประเมินผลกระทบในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งมุ่งเน้นมาตรฐานแรงงานและแรงงานเด็ก (Assessing
Impacts Along a Single Supply Chain, Focusing on Labour Standards and Children”s Rights)
แนวทางนี้ช่วยทำาให้บริษัทมีความเข้าใจลึกซึ้งต่อบริบททางสิทธิมนุษยชนและผลกระทบอย่างเฉพาะ
เจาะจงในระดับที่แตกต่างกันตลอดห่วงโซ่อุปทาน มีการนิยามและแก้ปัญหาร่วมกับซัพพลายเออร์
และผู้มีส่วนได้เสีย และเพิ่มมุมมองให้กับแผนการทำางานของบริษัทและระบบตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม
ยังเป็นการเลือกประเด็นสิทธิมนุษยชนอย่างจำากัด อีกทั้งการรวบรวมข้อมูลและกระบวนการติดตาม
ใช้ทรัพยากรมาก
ข้อควรพิจารณาเกี่ยวกับห่วงโซ่อุปทาน
ผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนสามารถเกิดขึ้นได้ ทั้งโดยตรงจากการดำาเนินงานของบริษัท และสายสัมพันธ์ทางธุรกิจ
สิ่งที่ควรพิจารณาคือ ผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่อุปทาน ก่อนที่จะดำาเนินการประเมิน บริษัทต้องจัดทำา
แผนผังห่วงโซ่อุปทานและบริการต่างๆ รวมทั้งจัดลำาดับความสำาคัญ ดังนี้
• จัดทำาแผนผังห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดหาวัตถุดิบ จนสิ้นสุด
กระบวนการผลิต
• ระบุห่วงโซ่อุปทานที่สำาคัญทั้งจำานวนและคุณค่า
• ทำาความเข้าใจว่าใครเกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทาน ทั้งคู่ค้าโดยตรง ผู้ผลิต
ผู้รับจ้างเหมาช่วง ผู้จัดหาแรงงาน
ตัวอย่างการประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน
กระบวนการประเมินผลกระทบรายอุตสาหกรรม (Sector Wide Impact Assessment : SWIA) กรณีอุตสาหกรรม
ท่องเที่ยว ประเทศเมียนมาร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทำางานร่วมกันระหว่าง The Myanmar Centre for Responsible
Business กับสถาบันสิทธิมนุษยชนเดนมาร์ก (Danish Institute of Human Rights) และ Institute for Human Rights
and Business (IHRB) ในปี 2556 เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบรายอุตสาหกรรม มีขั้นตอนการทำางานดังนี้
34

