Page 568 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 568
อย่างไรก็ตาม ในบางกรณี “Hate Speech” นั้นอาจเข้าองค์ประกอบความผิดตามมาตรา ๑๔ (๑) ได้ เช่น การ
เผยแพร่ข้อมูลแสดงความเกลียดชังด้วยเหตุแห่งเชื้อชาติ ศาสนา ฯลฯ ของบุคคลซึ่งมีจ�านวนมากและไม่สามารถระบุตัว
ได้ว่าเป็นใคร ในเมื่อไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ดังนั้น โดยหลักแล้วการกระท�าเช่นนี้ยังคงอยู่ภายใต้พระราช
บัญญัติว่าด้วยการกระท�าความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา ๑๔ (๑) แต่ทั้งนี้ต้องเข้าองค์ประกอบอื่นด้วย กล่าวคือ
ต้องพิจารณาว่า น�าเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลเท็จ บิดเบือนหรือไม่ และการกระท�าดังกล่าวน่าจะท�าให้ประชาชน
เสียหายอย่างไร ส�าหรับองค์ประกอบในส่วนเจตนาพิเศษที่ว่า “โดยทุจริต” นั้นอาจท�าให้ มาตรา ๑๔ (๑) ไม่สามารถน�า
มาปรับใช้กับ Hate speech ได้ เนื่องจากโดยลักษณะทั่วไปของการกระท�า Hate speech นั้น มิได้มุ่งหวังผลประโยชน์
โดยมิชอบ แต่ยังอาจเข้าองค์ประกอบ “โดยหลอกลวง” ซึ่งมีความหมายกว้าง ตัวอย่าง ก. โพสต์ข้อมูลคอมพิวเตอร์
มีเนื้อหาอันเป็นเท็จท�าให้เกิดความเกลียดชังผู้นับถือศาสนาหนึ่ง โดยมิได้มุ่งเจาะจงถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ
กรณีนี้อาจเข้าองค์ประกอบมาตรา ๑๔ (๑) แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าการกระท�านั้น “โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย
แก่ประชาชน” หรือไม่
ดังนั้น เมื่อพิจารณาองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระท�าความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
ในส่วนความผิดเกี่ยวกับเนื้อหาแล้ว ไม่อาจสรุปเป็นการทั่วไปได้ว่า “HATE SPEECH” อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติว่า
ด้วยการกระท�าความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หรือไม่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระท�าความผิดเกี่ยวกับ
คอมพิวเตอร์ เนื่องจากจะต้องขึ้นอยู่กับลักษณะข้อเท็จจริงของ “HATE SPEECH” เป็นกรณีไป ลักษณะเช่นนี้แสดงให้
เห็นว่า พระราชบัญญัตินี้มิได้มุ่งหมายเพื่อใช้บังคับกับกรณี “Hate speech” เป็นการเฉพาะ เนื่องจากโดยหลักแล้วเป็น
กฎหมายที่มีเจตนารมณ์ใช้กับอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ และหากพิจารณากฎหมายต่างประเทศที่มีการบัญญัติหลักการ
เกี่ยวกับ “Hate speech” เช่น แคนาดา ออสเตรเลีย จะเห็นได้ว่า ไม่มีประเทศใดที่น�าหลักการเกี่ยวกับ “Hate
speech” มาบัญญัติไว้ในกฎหมายความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ แม้ว่าในปัจจุบันการเผยแพร่ข้อมูลในลักษณะ “Hate
speech” จะเกิดขึ้นทางระบบคอมพิวเตอร์เป็นส่วนใหญ่ก็ตาม ทั้งนี้ เนื่องจากโดยหลักการแล้ว “Hate speech” มี
รากฐานจากกฎหมายสิทธิมนุษยชน ดังนั้น ในหลายประเทศจึงก�าหนดหลักการดังกล่าวไว้เป็นการเฉพาะภายใต้กรอบ
กฎหมายสิทธิมนุษยชนและมีความเชื่อมโยงกับเหตุแห่งการเลือกปฎิบัติ
ดังนั้น อาจสรุปได้ว่าแม้พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระท�าความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ อาจน�ามาปรับใช้
กับกรณี “Hate Speech” ทางระบบคอมพิวเตอร์ในบางกรณี แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมและอยู่บนพื้นฐานแนวคิด
และหลักการที่แตกต่างจากอนุสัญญา CERD ข้อ ๔ กล่าวคือ
(๑) พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระท�าความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ในส่วนความผิดเกี่ยวกับเนื้อหา
โดยรวมแล้วมุ่งเน้นเนื้อหาที่เกี่ยวกับการฉ้อโกงหลอกลวงทางคอมพิวเตอร์และเนื้อหาที่เกี่ยวกับความมั่นคง
ในขณะที่กฎหมายต่างประเทศเกี่ยวกับ “Hate Speech” อยู่ในกรอบของกฎหมายสิทธิมนุษยชน หรือกฎหมาย
เกี่ยวกับการห้ามเลือกปฎิบัติ
(๒) พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระท�าความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มิได้มีการน�าเหตุแห่งการเลือกปฎิบัติ
มาเป็นองค์ประกอบความผิดเนื่องจากอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายที่แตกต่างกับกฎหมายสิทธิมนุษยชน
(๓) การสื่อสารแสดงความเกลียดชังด้วยเหตุแห่งเชื้อชาติที่ไม่เข้าองค์ประกอบมาตรา ๑๔ หรือ ๑๖ ก็ไม่
สามารถปรับใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระท�าความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ได้
567

