Page 567 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 567
ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ
(๑) มาตรา ๑๑๖ อยู่ในประมวลกฎหมายอาญาหมวดเกี่ยวกับความมั่นคง ในขณะที่กฎหมายต่างประเทศ
เกี่ยวกับ “HATE SPEECH” อยู่ในกรอบของกฎหมายสิทธิมนุษยชน หรือกฎหมายเกี่ยวกับการห้าม
เลือกปฎิบัติ
(๒) มาตรา ๑๑๖ มิได้ก�าหนดเหตุแห่งการเลือกปฎิบัติไว้ กล่าวคือ การกระตุ้นหรือยุยงนั้น กว้างกว่าเหตุ
แห่งการเลือกปฎิบัติ อีกทั้งอาจมองว่ากว้างเกินไปจนอาจกระทบต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
ด้วย
ส�าหรับพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระท�าความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์นั้น มีการแก้ไขความผิดเกี่ยวกับเนื้อหา
ตามมาตรา ๑๔ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระท�าความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ ดังนี้
มาตรา ๑๔ ผู้ใดกระท�าความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจ�าคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกิน
หนึ่งแสนบาท หรือทั้งจ�าทั้งปรับ
(๑) โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง น�าเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม
ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย
แก่ประชาชน อันมิใช่การกระท�าความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา
(๒) น�าเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อ
การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจ
ของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิดความ
ตื่นตระหนกแก่ประชาชน
(๓) น�าเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่ง
ราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา
(๔) น�าเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้น
ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้
(๕) เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม (๑) (๒) (๓) หรือ
(๔) ถ้าการกระท�าความผิดตามวรรคหนึ่ง (๑) มิได้กระท�าต่อประชาชน แต่เป็นการกระท�าต่อบุคคลใด
บุคคลหนึ่ง ผู้กระท�า ผู้เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังกล่าวต้องระวางโทษจ�าคุกไม่เกิน
สามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจ�าทั้งปรับ และให้เป็นความผิดอันยอมความได้
ส�าหรับข้อมูลเนื้อหาที่มีลักษณะ “Hate Speech” นั้น จะต้องพิจารณาตามลักษณะข้อเท็จจริง ซึ่งในบางกรณี
จะไม่เข้าข่ายความผิด พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระท�าความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เช่น
มาตรา ๑๔ (๑): “โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง น�าเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน
หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่
ประชาชน อันมิใช่การกระท�าความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา” หากข้อมูลคอมพิวเตอร์อันมี
ลักษณะ “Hate Speech” นั้นเป็นการใส่ความผู้อื่นที่ระบุตัวผู้ถูกใส่ความได้ว่าเป็นใคร กล่าวคือ เมื่อบุคคลที่สามอ่าน
ข้อมูลนั้นเข้าใจว่าบุคคลในข้อมูลหมายถึงผู้ที่ถูกใส่ความ ก็จะเข้าองค์ประกอบความผิดฐานหมิ่นประมาทตามกฎหมาย
อาญา และไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระท�าความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มาตรา ๑๔ (๑)
566

