Page 566 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 566

การสื่อสารที่ท�าให้เกิดความเกลียดชัง (Hate Speech)



                     ในส่วนของหัวข้อย่อย “๔.๑๕.๑๑ วิเคราะห์เปรียบเทียบกับกฎหมายไทย” นั้นเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลก่อน
               พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระท�าความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ มีผลใช้บังคับ ดังนั้น ในส่วนนี้

               จะได้น�าเสนอการวิเคราะห์เพิ่มเติม ในลักษณะของบทความขนาดสั้น ดังนี้


                     แนวทางการพัฒนากฎหมายไทยให้สอดคล้องกับ  ข้อ  ๔  ของ  อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการขจัด

                                                                                    628
                       การเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติทุกรูปแบบ (CERD):  กรณี “Hate speech”

                     หากพิจารณา  “HATE  SPEECH”  จากกรอบกฎหมายสิทธิมนุษยชน  จะเห็นได้ว่า  พระราชบัญญัติว่าด้วยการ

               กระท�าความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์  รวมทั้งกฎหมายไทยฉบับอื่นที่เกี่ยวข้องกับ  “HATE  SPEECH”  ในปัจจุบันนั้น
               อยู่บนแนวคิดที่แตกต่างจากหลักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ตัวอย่างเช่น อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการขจัดการเลือก

               ปฏิบัติทางเชื้อชาติทุกรูปแบบ (CERD) ที่วางหลักห้ามเลือกปฎิบัติที่เกี่ยวข้องกับ “HATE SPEECH” ไว้ ในข้อ ๔
               กล่าวคือ พันธกรณีของรัฐในการวางกฎเกณฑ์ห้ามการ “โฆษณาชวนเชื่อหรือเผยแพร่แนวคิดที่สร้างความเกลียดชัง
               ด้านเชื้อชาติ” และไทยได้ตั้งข้อสงวนไว้ ต่อมา ในปี พ.ศ. ๒๕๕๙ คณะรัฐมนตรีมีมติให้ถอนข้อสงวนดังกล่าว จึงเป็นเหตุ

               ให้ไทยต้องพิจารณาว่ากฎหมายไทยที่มีอยู่สอดคล้องกับข้อ ๔ ของอนุสัญญาหรือไม่ โดยมติคณะรัฐมนตรี มีการกล่าว
               ว่า “....ให้กระทรวงยุติธรรมรับความเห็นของกระทรวงการต่างประเทศและส�านักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติเกี่ยวกับ

               ความพร้อมของประเทศไทยต่อการถอนข้อสงวนข้อบทที่  ๔  ของ  อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการขจัดการเลือก
               ปฏิบัติทางเชื้อชาติทุกรูปแบบ (CERD) ซึ่งประเทศไทยสามารถถอนข้อสงวนดังกล่าวได้โดยไม่ต้องออกกฎหมายใหม่
               โดยได้อ้างอิงถึงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๕๐  และกฎหมายที่เกี่ยวข้องนั้น  โดยที่กฎหมาย

               เหล่านั้นยังไม่ได้ก�าหนดฐานความผิดเฉพาะตามข้อบทที่  ๔  ของอนุสัญญา  CERD  อีกทั้งบทลงโทษระบุเพียงกว้าง  ๆ
               ไม่ระบุโทษที่ชัดเจนตามความผิดที่ปรากฏในอนุสัญญา CERD แต่เป็นการระบุโทษส�าหรับความผิดเกี่ยวกับการให้ร้าย
               และสร้างความเกลียดชัง  จึงต้องอาศัยการตีความกฎหมายเหล่านั้นเป็นรายกรณีว่า  รวมถึงการกระท�าที่เกิดจากการ

                                           629
               เลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติหรือไม่…”
                     จะเห็นได้ว่า กฎหมายไทยที่เกี่ยวข้องและมีอยู่แล้ว มิได้มีหลักการที่เกี่ยวข้องโดยตรง เช่น

                      ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๖ ซึ่งอยู่บนพื้นฐานแนวคิดและหลักการที่แตกต่างจากอนุสัญญา CERD
                         ข้อ ๔  กล่าวคือ







                      628   บทความนี้สรุปสาระส�าคัญมาจาก “คณาธิป ทองรวีวงศ์, “แนวทางการพัฒนากฎหมายไทยให้สอดคล้องกับข้อ ๔ ของ

               CERD: กรณี Hate Speech”, เอกสารประกอบการน�าเสนอในการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพิจารณาการด�าเนินงานภายหลังการถอน
               ข้อสงวนของประเทศไทย ข้อ ๔ ของอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ , กรมคุ้มครอง
               สิทธิและเสรีภาพ ,กระทรวงยุติธรรม ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๐”
                      629    มติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๕๙ https://cabinet.soc.go.th/soc/Program2-3.jsp?top_serl=99319738





                                                               565
   561   562   563   564   565   566   567   568   569   570   571