Page 334 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 334

284 | P a g e


                          สรุปขอเสนอแนะจากการประชุมเพื่อใหความเห็นตอรางรายงานผลการศึกษาวิจัย

                  เรื่อง “ความสัมพันธระหวางสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดลอมเพื่อการคุมครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับ
                                                  สิ่งแวดลอมอยางยั่งยืน”

                                  สนับสนุนโดย สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ

                        จัดทําโดย ศูนยวิจัยกฎหมายและการพัฒนา คณะนิติศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
                                   วันจันทรที่ 14 มีนาคม 2559 เวลา 09.00 - 13.30 นาฬิกา

                         หองประชุม 203 โรงแรมเซนทราศูนยราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร แจงวัฒนะ
                                                    -----------------------



               1. ผูแทนสํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ


                     ควรมีการนํางานวิจัยมาสรุปเปนแนวทางเกี่ยวกับการคุมครองสิทธิมนุษยชนและสิทธิในสิ่งแวดลอม

                       ใหกับ กสม.

                     ควรมีการนําสหวิทยาการมาชวยในงานวิจัย ไมเชนนั้นจะเกิดความสับสนได เนื่องจากในมุมของ

                       กฎหมายจะมองเฉพาะเรื่องความขัดแยงของสิทธิสวนบุคคลกับประโยชนสาธารณะ แตในทางวิชา
                       อื่นๆเชนอาชีพแพทย จะมีการมองไปถึงผลกระทบทางสุขภาพในระยะยาวที่อาจเกิดกับประชาชน


                     ขอบเขตของการกระทบสิทธิสวนบุคคลกับสิทธิสาธารณะอยูที่ตรงไหน ในทางเศรษฐศาสตรจะใช
                       หลักการ What, How, For whom เปนตัวกําหนด


                     ในการดําเนินการใดๆมักจะมีการใช Social cost, Social benefit, Social analysis เปนเกณฑ

                       สําคัญในการคํานวณวาจะดําเนินโครงการตางๆหรือไม เชน กรณีของเขตเศรษฐกิจพิเศษนั้นคุมคา
                       หรือไมกับ Social Cost ที่เสียไป เชน การทําลายอาหารการกิน วิถีชีวิต การทองเที่ยว ซึ่งเมื่อ

                       พิจารณาจาก Benefit แลว คนในพื้นที่ตองเลิกใชชีวิตแบบเดิมๆ และหันมาเปนลูกจางทั้งๆที่เขาเคยมี
                       อิสระในการดํารงชีวิต ซึ่งหากพิจารณาตรงนี้แลวอาจสรุปไดวาเราควรกําหนดใหมีสิทธิในสิ่งแวดลอม

                       และตองกําหนดใหมีกระบวนการที่สอดคลองกันไป เชน ที่บราซิลแกปญหาเรื่องปาไมโดยกําหนดให

                       ชาวเผาซึ่งอาศัยอยูในพื้นที่ปาทําหนาที่อนุรักษปาแทนเจาหนาที่ของรัฐ เพราะเขาตองพึ่งพิงปาและปา
                       คือชีวิตของเขา ซึ่งมีผลมากกวาการที่จะใหขาราชการเขามารับผิดชอบหนาที่ตรงนี้


                     ควรมีการผลักดันประเด็นเรื่องที่วิจัยไปยังผูรางรัฐธรรมนูญ โดยแสดงใหเห็นอยางเปนรูปธรรม เชน
                       การนําเอาอนุสัญญาสิทธิเด็กที่กําหนดมาตรฐานการดํารงชีวิตของเด็กในสิ่งแวดลอมที่สะอาดและ

                       เหมาสม มาเปนประเด็นสนับสนุน

                     ในเรื่องสิทธิมนุษยชนนั้น สากลมีวิวัฒนาการยาวนาน หากนําประเทศไทยไปเทียบจะเห็นวาเรามี

                       วิวัฒนาการชากวามาก
   329   330   331   332   333   334   335   336   337   338   339