Page 106 - รายงานการศึกษาวิจัย มาตรฐานสากลในการดำเนินธุรกิจเพื่อการเคารพสิทธิมนุษยชน
P. 106
18. เพื่อประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน ภาคธุรกิจควรระบุและประเมินผลกระทบเสียหายต่อ
สิทธิมนุษยชนที่สำาคัญหรือที่ชัดเจน ที่พวกเขาอาจเข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะผ่านทางกิจกรรมของ
ธุรกิจเองหรือมาจากความสัมพันธ์ทางธุรกิจ กระบวนการเหล่านี้ควร
(a) ใช้ประโยชน์จากความรู้ความเชี่ยวชาญพิเศษด้านสิทธิมนุษยชน ทั้งจากภายใน
และ/หรือความเชี่ยวชาญพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนที่เป็นอิสระจากภายนอก
(b) จัดให้มีการปรึกษาหารืออย่างแท้จริงกับกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างสำาคัญและ
ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆ ที่สอดคล้องกับขนาดของธุรกิจและธรรมชาติและบริบทของ
การประกอบกิจการ
19. เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่เสียหายต่อสิทธิมนุษยชน ภาคธุรกิจควรบูรณาการข้อค้นพบ
จากการประเมินผลกระทบทั้งหมดของกระบวนการและบทบาทหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และดำาเนินการ
อย่างเหมาะสม
(a) การบูรณาการที่มีประสิทธิภาพเรียกร้องว่า
(i) ความรับผิดชอบต่อการแก้ไขผลกระทบดังกล่าวถูกมอบหมายไปยังผู้มีบทบาทหน้าที่
และระดับที่เหมาะสมภายในธุรกิจนั้น
(ii) การตัดสินใจภายใน การจัดสรรงบประมาณ กระบวนการทั้งหมดสามารถทำาให้เกิด
การตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพต่อผลกระทบเหล่านั้น
(b) การดำาเนินการที่เหมาะสมจะมีความหลากหลายตาม
(i) ภาคธุรกิจดังกล่าวเป็นผู้ก่อให้เกิดหรือมีส่วนทำาให้เกิดผลกระทบเสียหาย หรือ
เพียงแต่เข้าไปเกี่ยวข้องเพราะผลกระทบมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบ
กิจการ หรือผลิตภัณฑ์ของธุรกิจ หรือบริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
(ii) ขอบเขตอำานาจของธุรกิจในการแก้ไขผลกระทบเสียหาย
20. เพื่อตรวจสอบว่าผลกระทบเสียหายต่อสิทธิมนุษยชนได้รับการแก้ไข ภาคธุรกิจควรติดตามถึง
ความมีประสิทธิภาพของการตอบสนองของพวกเขา การติดตามควร
(a) อยู่บนพื้นฐานตัวชี้วัดทางปริมาณและคุณภาพที่เหมาะสม
(b) มีพื้นฐานมาจากผลสะท้อนที่จากทั้งแหล่งข้อมูลภายในและภายนอก รวมถึงผู้เกี่ยวข้อง
ที่ได้รับผลกระทบต่างๆ
21. เพื่ออธิบายว่าพวกเขาแก้ไขผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนอย่างไร ภาคธุรกิจควรเตรียมการสื่อสาร
ต่อภายนอก โดยเฉพาะเมื่อข้อกังวลถูกเสนอในนามของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ได้รับผลกระทบ
ภาคธุรกิจที่การประกอบกิจการหรือบริบทของการประกอบกิจการ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการละเมิด
สิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ควรรายงานอย่างเป็นทางการว่าพวกเขาจัดการอย่างไร ในทุกกรณี 105
การสื่อสารควร
่
(a) มีรูปแบบและมีความสมำาเสมอ ที่สะท้อนให้เห็นผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนของธุรกิจ
และสามารถเข้าถึงได้โดยกลุ่มเป้าหมาย
(b) ให้ข้อมูลที่เพียงพอต่อการประเมินความพอเพียงของการตอบสนองของธุรกิจ
ต่อผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนในแต่ละกรณีที่เกี่ยวข้อง
(c) ในทางกลับกัน ไม่สร้างความเสี่ยงต่อผู้เกี่ยวข้องที่ได้รับผลกระทบ พนักงานหรือ
ต่อการเรียกร้องที่ชอบธรรม
รายงานการศึกษาวิจัยมาตรฐานสากลในการดำาเนินธุรกิจเพื่อการคารพสิทธิมนุษยชน
59-09-116 001-128 vijai lem4 i_coated.indd 105 9/24/16 1:50 PM

