Page 6 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 6
ตามกฎหมาย วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป กระทบสิทธิของประชาชน ละเมิดสิทธิมนุษยชน และไม่มีหน่วยงานใดเข้า
มารับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น และยังพบว่า กระบวนการยุติธรรมที่ใช้กับผู้ที่ถูกระบุว่ากระท�าผิดกฎหมายจาก
ผลของการก�าหนดแนวเขตที่ดินของรัฐยังขาดความเป็นธรรม มีการเลือกปฏิบัติ และกระบวนการยุติธรรม
ใช้ระยะเวลานาน กระทบต่อผู้ยากจนที่ถูกด�าเนินคดี
จึงเห็นได้ว่า หากได้ด�าเนินการก�าหนดแนวเขตพื้นที่สงวนหวงห้ามของรัฐ หรือกรณีแก้ไขปัญหาที่
เกิดขึ้นจากการก�าหนดแนวเขตไว้แล้ว ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนในการก�าหนดแนวเขต
หรือในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น จะท�าให้รัฐและประชาชนได้ทราบข้อมูลข้อเท็จจริง น�ามาประกอบการ
ตัดสินใจได้อย่างถูกต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ท�าให้มีการยอมรับไม่มีข้อโต้แย้ง ส่งผลให้ไม่ต้องมีการ
ให้แก้ไขปัญหากันอีกในอนาคต ดังนั้น คณะผู้วิจัยจึงได้มีข้อเสนอแนะในการปฏิบัติถึงแนวทางการมี
ส่วนร่วมของประชาชนในการก�าหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ ซึ่งควรพิจารณาและด�าเนินการในทุกบริบทให้
เกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน ดังต่อไปนี้
๑. ต้องให้ประชาชนที่มีส่วนได้เสียกับการก�าหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ เข้ามามีส่วนร่วมในการก�าหนด
แนวเขตในทุกขั้นตอน คือ ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ ร่วมในการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผล ร่วมรับ
ผลประโยชน์ พร้อมทั้งร่วมรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น
๒. ควรมีการปรับปรุงจ�าแนกการใช้ที่ดินกันใหม่ตามการเพิ่มขึ้นของประชากร วิถีชีวิต อาชีพ และ
ความเป็นอยู่ของประชาชน และควรแก้ไขก�าหนดแนวเขตใหม่ให้ถูกต้องตามความเป็นจริงให้รวดเร็ว
๓. ปรับปรุงกฎหมายทั้ง ๓ ด้าน คือ ด้านข้อมูลข่าวสาร การมีส่วนร่วม และการกระจายอ�านาจ
ให้เป็นกฎหมายฉบับเดียวกัน เพื่อให้เห็นความสอดคล้องกันของขั้นตอนทั้ง ๓ ด้าน
๔. ให้ออกกฎหมายให้ชัดเจนว่า การด�าเนินการของรัฐในการให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การมี
ส่วนร่วม และการกระจายอ�านาจ หากไม่ด�าเนินการถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ส�าคัญก็คือ ให้บัญญัติ
ไว้ด้วยว่า ผลการด�าเนินการที่ไม่ได้ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ให้ถือว่ากิจกรรมนั้นไม่สมบูรณ์ไม่มีผลในทางปฏิบัติ
๕. ให้รัฐจัดตั้งส่วนราชการให้มีหน้าที่ในการจัดท�ามาตรฐานระวางแผนที่และแผนที่รูปแปลงที่ดิน
ของรัฐ โดยเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดท�าแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกาหรือกฎกระทรวงเพื่อออกเป็น
กฎหมาย และท�างานแทนส�านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในส่วนของแผนที่แนบท้าย ส�าหรับในเรื่องการ
ยกร่างข้อความและการตรวจสอบข้อความและรูปแบบของพระราชกฤษฎีกา หรือกฎกระทรวง ส�านักงาน
คณะกรรมการกฤษฎีกาก็ยังคงมีอ�านาจเช่นเดิม
๖. รัฐควรตั้งส�านักงานการมีส่วนร่วมขึ้น โดยให้เป็นส่วนราชการมีฐานะเป็นกรม เพื่อดูแลกฎหมาย
ฉบับนี้ และเป็นการส่งเสริม ก�ากับและติดตาม ทั้งท�างานวิชาการและปฏิบัติงาน
๗. ควรแก้ไขกฎหมาย ในกรณีที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ประชาชนหรือชุมชนผู้ได้รับผลกระทบ
มีอ�านาจที่จะฟ้องเรียกร้องค่าเสียหาย ค่าชดเชยจากกรณีที่โดนละเมิดสิทธิได้

