Page 168 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 168

ใต้ร่มเย็น ใช้พื้นที่ภาพถ่ายทางอากาศ ปี พ.ศ.๒๕๐๙ ซึ่งแผนที่ปีนั้นใช้การวัดความชื้น สีเข้มถือว่าเป็น

                 พื้นที่ป่าถ้าสีนำ้าตาลแสดงว่ามีร่องรอยการทำาประโยชน์ แต่ภาพถ่ายดังกล่าวไม่สามารถแยกแยะสวนผสม
                 ของชาวบ้านออกจากพื้นที่ป่าได้ ดังนั้น จึงควรใช้หลักฐานอื่นมาประกอบ และใช้ภาพถ่ายทางอากาศ

                 ปี พ.ศ.๒๕๔๕ แทน

                               (๕) ผ่อนผันให้ประชาชนได้ทำากินโดยไม่มีการจับกุมดำาเนินคดี จนกว่าการตรวจพิสูจน์

                 สิทธิยังไม่เสร็จสิ้น และการแก้ไขปัญหายังไม่ได้ข้อยุติ ส่วนที่พิสูจน์สิทธิเสร็จสิ้นแล้วให้ดำาเนินการไปก่อน
                 รวมถึงการผ่อนผันให้ประชาชนตัดโค่นต้นยางพาราที่หมดอายุการกรีดนำ้ายางได้


                        4.1.7 กรณีแนวเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยซ้อนทับที่อยู่อาศัยและที่ดินท�ากิน

                 ของประชาชนต�าบลพนางตุง อ�าเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง และพื้นที่ต�าบลแหลม
                 อ�าเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช


                         (1) ปัญหาการทับซ้อนแนวเขตที่ดินของรัฐในพื้นที่


                         การประกาศเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ในปี พ.ศ.๒๕๑๘ และปรับแนวเขตเพิ่มเติม ใน
                 ปี พ.ศ.๒๕๒๓ และ ปี พ.ศ.๒๕๒๕ เป็นการประกาศตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า

                 พ.ศ.๒๕๐๓ เพื่อคุ้มครองสัตว์ป่าตามธรรมชาติรวมถึงถิ่นที่อยู่อาศัยเท่านั้น ไม่กระทบต่อการใช้ที่ดิน

                 ทำาให้การประกาศเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ครอบคลุมทั้งพื้นที่ป่า ที่ดินถือครองที่มีเอกสารสิทธิและ
                 ไม่มีเอกสารสิทธิ และพื้นที่ตั้งชุมชน ต่อมามีการแก้ไขพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๓๕

                 ห้ามมิให้มีการครอบครองใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ทำาให้ส่งผลกระทบต่อ

                 ประชาชนที่ไม่มีเอกสารสิทธิที่ดินที่ครอบครองทำาประโยชน์มาก่อนการประกาศเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย
                 ต้องสูญเสียสิทธิและเป็นผู้ครอบครองที่ดินอย่างผิดกฎหมาย

                         (2) ความเป็นมาและสภาพปัญหา ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากการก�าหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ

                 และกระบวนการแก้ไขปัญหาของรัฐที่ผ่านมา

                         ความเป็นมาและสภาพปัญหา


                         เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ในปี พ.ศ.๒๕๑๘ และมีการประกาศ
                 กำาหนดแนวเขตใหม่อีก ๒ ครั้งในปี พ.ศ.๒๕๒๓ และปี พ.ศ.๒๕๒๕ มีเนื้อที่รวม ๒๘๕,๖๒๕ ไร่ ครอบคลุม

                 พื้นที่ ๕ อำาเภอ ๓ จังหวัด ได้แก่ อำาเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง อำาเภอชะอวด อำาเภอหัวไทร อำาเภอ

                 เชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช และอำาเภอระโนด จังหวัดสงขลา (รูปที่ ๔.๑๐)

                         มีชุมชนที่อาศัยอยู่และทำากินในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ประมาณ ๖๔,๐๐๐ คน ครอบคลุมพื้นที่
                 ๕ อำาเภอ ๓ จังหวัด คือ จังหวัดพัทลุง นครศรีธรรมราช และสงขลา รวมจำานวน ๕๐ หมู่บ้าน ๑๐ ตำาบล

                 ได้แก่ ตำาบลพนางตุง ตำาบลทะเลน้อย ตำาบลแหลมโตนด อำาเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ตำาบลขอนหาด

                 ตำาบลนางหลง ตำาบลเคร็ง อำาเภอชะอวด ตำาบลแหลม ตำาบลควนชะลิก อำาเภอหัวไทร ตำาบลการะเกด
                 อำาเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช และตำาบลบ้านขาว อำาเภอระโนด จังหวัดสงขลา




                                                                การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ  167
   163   164   165   166   167   168   169   170   171   172   173