Page 12 - การปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม กรณีคนพิการไม่ได้รับสิทธิให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน
P. 12

พ.ศ. ๒๕๓๕ ข้อ ๖ (๔)  ที่กำาหนดว่า เกษตรกรที่มีสิทธิยื่นคำาร้องขอทำาประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูป
                    ที่ดินต้องมีร่างกายสมบูรณ์ ขยันขันแข็ง และสามารถประกอบการเกษตรได้ นั้น  กรณีเกษตรกร

                    ที่มีความผิดปกติหรือบกพร่องทางร่างกาย แต่หากมีความสามารถประกอบการเกษตรกรรมได้ ก็ถือว่า
                    เป็นผู้มีคุณสมบัติเป็นเกษตรกร ซึ่งจะมีสิทธิได้รับที่ดินตามระเบียบกำาหนดดังกล่าว ซึ่งจะต้องขึ้นอยู่กับ

                    ข้อเท็จจริงเป็นการเฉพาะรายไป

                          ๓.๒ คณะอนุกรรมการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านกฎหมายและการปฏิบัติที่

                    ไม่เป็นธรรม ได้มีหนังสือเชิญผู้ร้อง และผู้แทนสำานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เข้าร่วม
                    ประชุมเพื่อชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติม ในการประชุมคณะอนุกรรมการฯ ครั้งที่ ๑๗/๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๒๔

                    มิถุนายน ๒๕๕๔ ดังนี้
                              ๑)  ผู้ร้อง ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมและส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง สรุปได้ ดังนี้

                                  ผู้ร้องชื่อนาย ศ. อายุ ๓๖ ปี สถานภาพโสด  อยู่ที่ตำาบลแสนตุ้ง อำาเภอเขาสมิง
                    จังหวัดตราด ประกอบอาชีพนวดแผนไทย ทำาสวนยาง และขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ผู้ร้องมี

                    พี่น้องรวม ๓ คน คือ พี่สาว ผู้ร้อง และน้องสาว ซึ่งพี่สาวของผู้ร้องทำางานโรงงานอยู่ที่จังหวัดตราด
                    ส่วนน้องสาวของผู้ร้องประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป  และช่วยผู้ร้องทำาสวน มารดาของผู้ร้อง

                    ประกอบอาชีพทำาขนมขายอยู่ที่จังหวัดตราด  ส่วนบิดาของผู้ร้องเสียชีวิตแล้ว  ปัจจุบัน ผู้ร้องอาศัย
                    อยู่กับมารดา น้องสาว และหลาน  เดิมผู้ร้องประกอบอาชีพค้าขาย ต่อมา ผู้ร้องประสบอุบัติเหตุ

                    ทางรถยนต์จึงทำาให้พิการทางสายตา ตั้งแต่อายุ ๒๐ ปี  แต่เดิมครอบครัวของผู้ร้องประกอบอาชีพ
                    ทำานา  ซึ่งผู้ร้องได้ช่วยครอบครัวประกอบอาชีพทำานาด้วย  แต่ภายหลังครอบครัวของผู้ร้องได้

                    เปลี่ยนมาประกอบอาชีพค้าขาย  ครอบครัวของผู้ร้องจึงได้ให้ญาติพี่น้องเช่าที่ดินเพื่อประกอบอาชีพ
                    ทำานาต่อ

                                  ผู้ร้องได้ซื้อที่ดินซึ่งอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน จำานวน ๑๙ ไร่ ๓ งาน ๔๓ ตารางวา จาก
                    เจ้าของที่ดินเดิม ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘  โดยผู้ร้องได้ชำาระภาษีบำารุงท้องที่ตามรายการ ภ.บ.ท. ๕ มาโดยตลอด

                    หลังจากที่ผู้ร้องซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวแล้ว  ผู้ร้องและญาติพี่น้องได้ช่วยกันปลูกต้นยางเต็มพื้นที่
                    โดยผู้ร้องเป็นผู้ลงทุนและเป็นผู้ควบคุมดูแล โดยให้น้องสาวของผู้ร้องเป็นผู้ทำาสวนยาง และมีการจ้าง

                    บุคคลอื่นมาช่วยดำาเนินการบ้าง  ผู้ร้องได้ทำาสวนยางในพื้นที่ดังกล่าวมาเป็นเวลา ๖ ปีแล้ว ซึ่งประมาณ
                    เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๔  ผู้ร้องจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตจากต้นยางได้ โดยในการกรีดยางหากมี

                    การจ้างบุคคลอื่นมาดำาเนินการให้  จะมีการแบ่งผลกำาไรเป็นอัตราส่วน ๕๐ : ๕๐ หรือ ๖๐ : ๔๐ ซึ่งที่
                    จังหวัดตราด  เกษตรกรส่วนใหญ่จะมีการปลูกต้นยาง ต้นปาล์ม และต้นเงาะ ฯลฯ

                                  ผู้ร้องได้รับแจ้งจากสำานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมว่า  ผู้ที่ทำาการเกษตร
                    ในเขตปฏิรูปที่ดินที่ต้องการออกเอกสารสิทธิให้ติดต่อที่สำานักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดตราด  ต่อมา

                    เมื่อปี ๒๕๕๒  ผู้ร้องจึงได้ติดต่อไปยังสำานักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดตราดเพื่อขอออกเอกสารสิทธิ
                    ในการเข้าทำาประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน  โดยเจ้าหน้าที่สำานักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดตราดได้

                    ประสานงานทางโทรศัพท์เพื่อนัดวันที่จะไปทำาการรังวัดที่ดินและออกชี้แนวเขตร่วมกับผู้ร้อง  โดย



                                                                                                          11

                                                                การปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม กรณีคนพิการไม่ได้รับสิทธิให้เข้าทำาประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน
   7   8   9   10   11   12   13   14   15   16   17