Page 24 - สิทธิในกระบวนการยุติธรรม กรณีขอให้ลบประวัติอาชญากร และทำลายแผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือ
P. 24
ผู้ร้องอยู่ในหลักเกณฑ์ที่สามารถลบทะเบียนประวัติอาชญากรและทำาลายแผ่นพิมพ์
ลายนิ้วมือตามระเบียบสำานักงานตำารวจแห่งชาติ ว่าด้วยประมวลระเบียบการตำารวจไม่เกี่ยวกับคดี
ลักษณะที่ ๓๒ การพิมพ์ลายนิ้วมือ พ.ศ. ๒๕๕๔บทที่ ๔ หรือไม่ อย่างไร
คณะอนุกรรมการฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า ระเบียบสำานักงานตำารวจแห่งชาติ ว่าด้วยประมวล
ระเบียบการตำารวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ ๓๒ การพิมพ์ลายนิ้วมือ พ.ศ. ๒๕๕๔ บทที่ ๔ การคัดแยก
และทำาลายแผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือ และรายการประวัติหรือบัญชีประวัติ ข้อ ๑ กำาหนดให้มีการแต่งตั้ง
คณะกรรมการในการพิจารณาคัดเลือกแผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือและเอกสารที่เกี่ยวข้องทุกประเภท
แยกออกจากสารบบหรือฐานข้อมูลประวัติอาชญากร โดยกำาหนดหลักเกณฑ์ไว้ ๑๒ รายการ และ
ข้อ ๒ เมื่อคณะกรรมการฯ ได้คัดเลือกแผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ๑๒ รายการแล้ว
กรณีที่สามารถทำาลายแผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือและเอกสารที่เกี่ยวข้องได้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์
ข้อ ๑.๑ คือ มีหลักฐานแน่ชัดว่าตายแล้ว เช่น ใบมรณบัตรใบชันสูตรพลิกศพ หรือแบบรับรองรายการ
ทะเบียนคนตายจากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ กรมการปกครอง เป็นต้น ส่วนกรณีข้อ ๑.๒–๑.๑๒ ให้มี
การคัดแยกแผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือและเอกสารที่เกี่ยวข้องออกจากสารบบหรือฐานข้อมูลประวัติอาชญากร
เพื่อจัดเก็บไว้ใช้ประโยชน์ในทางราชการ ซึ่งในการเปิดเผยข้อมูลจะเป็นไปตามพระราชบัญญัติข้อมูล
ข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ โดยเป็นการเปิดเผยข้อมูลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามมาตรา ๒๓
ที่วางหลักไว้ว่า หน่วยงานของรัฐต้องปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดระบบข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลซึ่งต้องจัด
ให้มีระบบข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลเพียงเท่าที่เกี่ยวข้องและจำาเป็น เพื่อการดำาเนินงานของหน่วยงาน
ของรัฐให้สำาเร็จตามวัตถุประสงค์เท่านั้น และยกเลิกการจัดให้มีระบบดังกล่าวเมื่อหมดความจำาเป็น
ส่วนการเปิดเผยข้อมูลกับภาคเอกชน ผู้ขอข้อมูลจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนที่สำานักงานตำารวจแห่งชาติ
กำาหนด และจะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อน จึงจะสามารถเปิดเผยข้อมูลได้
ซึ่งเป็นไปตามมาตรา ๒๔ ที่วางหลักไว้ว่า หน่วยงานของรัฐจะเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ใน
ความควบคุมดูแลของตนต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นหรือผู้อื่นโดยปราศจากความยินยอมเป็นหนังสือ
ของเจ้าของข้อมูลที่ให้ไว้ล่วงหน้าหรือในขณะนั้นมิได้ เว้นแต่เป็นไปตามข้อยกเว้นที่กฎหมายกำาหนด
กรณีของผู้ร้องเป็นความผิดฐานไม่รับหมายเรียกเข้าตรวจเลือกเป็นทหาร ตามพระราชบัญญัติ
รับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๒๕ ซึ่งมีระวางโทษจำาคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกิน
สามร้อยบาท หรือทั้งจำาทั้งปรับ เนื่องจากมิใช่ความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียว แม้ศาลจังหวัด
มหาสารคามได้มีคำาพิพากษาลงโทษปรับผู้ร้องเป็นเงิน ๑๕๐ บาท ก็ไม่ทำาให้กลับกลายเป็นความผิดที่มี
เป็นโทษปรับสถานเดียว และกรณีดังกล่าวมิใช่ความผิดลหุโทษ หรือคดีที่มีอัตราโทษไม่สูงกว่าลหุโทษ
หรือความผิดตามกฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก หรือความผิดตามกฎหมายอื่นๆ ที่กำาหนดให้มี
โทษปรับสถานเดียว ตามข้อ ๑.๑๐ ของระเบียบสำานักงานตำารวจแห่งชาติ ว่าด้วยประมวลระเบียบ
การตำารวจไม่เกี่ยวกับคดีลักษณะที่ ๓๒ การพิมพ์ลายนิ้วมือ พ.ศ. ๒๕๕๔ บทที่ ๔ การคัดแยกและทำาลาย
แผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือและรายการประวัติหรือบัญชีประวัติ ซึ่งกรณีของผู้ร้องไม่อยู่ในหลักเกณฑ์
ข้อ ๑.๑๐ และไม่ต้องตามระเบียบสำานักงานตำารวจแห่งชาติ ว่าด้วยประมวลระเบียบการตำารวจ
23
สิทธิในกระบวนการยุติธรรม กรณีขอให้ลบประวัติอาชญากร และทำาลายแผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือ

