Page 25 - สิทธิในกระบวนการยุติธรรม กรณีขอให้ลบประวัติอาชญากร และทำลายแผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือ
P. 25

ไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ ๓๒ การพิมพ์ลายนิ้วมือ พ.ศ. ๒๕๕๔ บทที่ ๔ ทั้ง ๑๒ รายการ สำานักงานตำารวจ
                 แห่งชาติจึงไม่สามารถดำาเนินการลบทะเบียนประวัติอาชญากรและทำาลายแผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือให้กับ

                 ผู้ร้องได้
                           ในส่วนที่ผู้ร้องได้รับการล้างมลทินตามพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาท

                 สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งผู้ร้องเป็น
                 ผู้ต้องโทษ ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติล้างมลทินฯ พ.ศ. ๒๕๕๐ และได้รับการล้างมลทินโดย

                 ถือว่าผู้ร้องมิได้เคยถูกลงโทษในกรณีความผิดนี้  แต่มิได้หมายความว่าผู้ร้องมิเคยกระทำาความผิดนั้นๆ
                 และไม่ได้หมายความว่า  การกระทำาความผิดที่เป็นเหตุให้ถูกลงโทษถูกลบล้างไปด้วย  ดังนั้น กรณี

                 แม้จะเป็นผู้ที่ได้รับการล้างมลทินตามพระราชบัญญัติล้างมลทินฯ พ.ศ. ๒๕๕๐ ก็มีผลเพียงว่าผู้ร้อง
                 ไม่เคยถูกลงโทษในข้อหานั้นๆ มาก่อนเท่านั้น  โดยไม่มีผลให้เกิดสิทธิเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

                 ในการลบข้อมูลประวัติอาชญากรและทำาลายแผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือของผู้ร้อง เนื่องจากพระราชบัญญัติ
                 ฉบับดังกล่าวไม่มีบทมาตราใดที่กำาหนดยกเว้นโทษให้กับผู้กระทำาความผิด จึงมิใช่กฎหมายยกเว้นโทษ

                 ตามข้อ ๑.๓.๗ ของระเบียบสำานักงานตำารวจแห่งชาติ ว่าด้วยประมวลระเบียบการตำารวจไม่เกี่ยวกับคดี
                 ลักษณะที่ ๓๒ การพิมพ์ลายนิ้วมือ พ.ศ. ๒๕๕๔ บทที่ ๔  ดังนั้น ผู้ร้องจึงไม่อาจอ้างพระราชบัญญัติ

                 ล้างมลทินฯ พ.ศ. ๒๕๕๐ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลบข้อมูลประวัติอาชญากรและทำาลายแผ่นพิมพ์
                 ลายนิ้วมือของผู้ร้องได้

                           แต่อย่างไรก็ตาม คณะอนุกรรมการฯ มีความเห็นเพิ่มเติมใน ๒ ประเด็น คือ
                           ๑)  เมื่อมีการประกาศใช้กฎหมายว่าด้วยการล้างมลทิน  กองทะเบียนประวัติอาชญากร

                 ก็ควรดำาเนินการหมายเหตุไว้ในทะเบียนประวัติของผู้ต้องโทษที่อยู่ในเกณฑ์ตามกฎหมายว่าด้วยการ
                 ล้างมลทินดังกล่าว เพื่อเป็นการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายที่มีการใช้บังคับ และเพื่อให้ผู้ที่นำาข้อมูล

                 ดังกล่าวไปใช้ได้มีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกรณีนั้นๆ
                           ๒)  เมื่อผู้ต้องโทษใดได้รับการล้างมลทินตามกฎหมายว่าด้วยการล้างมลทิน กรณีควร

                 จะมีการพิจารณาถึงผลดีผลเสียว่าควรจะมีการทำาลายประวัติอาชญากรของผู้นั้นหรือไม่ เนื่องจากว่า
                 ในทางหนึ่งมีความเห็นว่า  ผู้นั้นได้รับการถือว่ามิเคยถูกต้องโทษในกรณีนั้นๆ แล้ว ก็ควรที่จะลบทะเบียน

                 ประวัติอาชญากรของผู้นั้นเสีย  แต่ในอีกทางหนึ่งก็มีความเห็นว่า กรณีมิได้เป็นการถือว่าผู้นั้นมิเคย
                 กระทำาความผิดด้วย  กรณีการกระทำาผิดจึงยังคงอยู่ เพียงแต่ได้รับการล้างมลทินโทษ โดยให้ถือว่า

                 มิเคยถูกลงโทษในกรณีดังกล่าวเท่านั้น ซึ่งผู้ที่นำาข้อมูลดังกล่าวไปใช้จะได้ทราบว่า ผู้ต้องโทษคนใด
                 เคยมีพฤติกรรมในความผิดทางอาญาเป็นประการใด อันจะเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาถึงความ

                 เชื่อมั่นในผู้ต้องโทษดังกล่าวเมื่อจะมีการปฏิสัมพันธ์ใดๆ กับผู้ต้องโทษนั้น

                           ทั้งนี้ ศาลปกครองกลางได้มีคำาพิพากษา ตามคดีหมายเลขดำาที่ ๑๔๐๐/๒๕๕๒ คดีหมายเลข

                 แดงที่ ๖๔๒/๒๕๕๔ ซึ่งเป็นกรณีที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับคำาร้องดังกล่าวข้างต้น ที่ได้วินิจฉัยไว้ใน
                 ๒ ประเด็น คือ ประเด็นที่ ๑  สำานักงานตำารวจแห่งชาติซึ่งมีอำานาจหน้าที่ในการจัดเก็บข้อมูลประวัติ

                 อาชญากรและแผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือของผู้ฟ้องคดี  โดยสำานักงานตำารวจแห่งชาติจะต้องจัดเก็บข้อมูล



            24

            สิทธิในกระบวนการยุติธรรม กรณีขอให้ลบประวัติอาชญากร และทำาลายแผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือ
   20   21   22   23   24   25   26   27   28   29   30