Page 117 - คู่มือสิทธิมนุษยชนศึกษาสำหรับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
P. 117
นักวิชาการกลุ่มนี้เห็นว่าการทำาร้ายผู้หญิงโดยทางสรีระ ไม่ว่า
จะโดยรุนแรงหรือเพียงเบาๆ เป็นการละเมิดกับหลักการใหญ่ของเป้าหมาย
การสร้างครอบครัวในทัศนะอิสลามที่มุ่งหวังให้คู่สามี-ภรรยา ต่างต้องเคารพ
และให้ความรักซึ่งกันและกัน
1) ประเด็นการตีความหมายของอัลกุรอาน
มีนักวิชาการอิสลาม เห็นว่า การแปลความหมายของอัลกุรอาน
จำาเป็นต้องอาศัยความเข้าใจอย่างลุ่มลึก ไม่เพียงแต่มุ่งหาเหตุผลของการ
ลงโองการหนึ่งๆ และเหตุการณ์ที่เชื่อมโยงกับโองการนั้น หากยังต้อง
เข้าใจถึงความตั้งใจที่อยู่เบื้องหลังของโองการนั้น ซึ่งต้องมีความรู้ในภาษา
อาหรับคลาสสิกที่ใช้ในอัลกุรอาน และต้องอาศัยความรู้ด้านภาษาที่ใช้
ในที่ต่างๆ กันในอัลกุรอาน และเรายังต้องพิจารณาถึงการอธิบายโดยท่าน
นบีและอัครสาวก
ดังนั้น การจะทำาความเข้าใจโองการดังกล่าว เราต้องสำารวจตรวจ
สอบบริบทของการลงโองการนั้นๆ ทั้งในบริบททางประวัติศาสตร์ และบริบท
โดยรวมของอัลกุรอานในลักษณะสารแห่งความเป็นมนุษย์นิยม จะเห็นได้ว่า
อัลกุรอานได้ลงโองการนี้มาในสภาพที่การทำาร้ายคู่ครอง การฆ่าฟัน
และแม้แต่การฆ่าทารก (ผู้หญิง) เป็นเรื่องราวปรกติในสังคมขณะนั้น
แต่พระผู้เป็นเจ้าได้ส่งนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.) มาเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพสังคม
ป่าเถื่อนดังกล่าวให้เป็นสังคมที่มีอารยะผ่านการสถาปนาเป็นระเบียบ
กฎหมายอันใหม่ขึ้นมาซึ่งสิทธิของทั้งผู้ชายและผู้หญิงต้องได้รับการปกป้อง
อย่างเสมอภาคกันทั้งในระดับปัจเจกบุคคล และในกฎเกณฑ์ของสังคม
โองการนี้จึงต้องมองจากบริบทของบรรทัดฐานทางสังคมอาหรับ
ในยุคก่อนอิสลาม ซึ่งผู้หญิงถูกปฏิบัติเยี่ยงทาส อย่างโหดร้าย หรือถูกทอดทิ้ง
คู่มือสิทธิมนุษยชนศึกษาสำาหรับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 101

