Page 112 - คู่มือสิทธิมนุษยชนศึกษาสำหรับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
P. 112
“ผู้ศรัทธาทั้งหลาย ไม่อนุมัติแก่พวกเจ้า การที่
พวกเจ้าจะเอาบรรดาหญิงเป็นมรดกด้วยการบังคับ
และไม่อนุมัติเช่นเดียวกันการที่พวกเจ้าจะขัดขวาง
นางเพื่อพวกเจ้าจะเอาบางส่วนของสิ่งที่พวกเจ้า
ได้ให้แก่พวกนาง”
(อัลกุรอาน 4: 19)
(6) สิทธิในการแสดงความเห็นทางการเมืองและการมีส่วนร่วม
ในสาธารณะอิสลาม
ในยุคแรกๆ ส่งเสริมให้ผู้หญิงได้เข้าไปมีส่วนร่วมและแสดง
ความคิดเห็นในที่สาธารณะเกี่ยวกับกิจกรรมทางการเมืองและกิจกรรม
ของสังคมโดยส่วนรวม สตรีที่มีชื่อเสียงโดดเด่นในบทบาทสาธารณะ ได้แก่
ท่านหญิงอัยชะอ์ และอุมม์ ซะละมะฮ์ ในบทความของ ยศวดี บุณยเกียรติ
และวัลลภา นีละไพจิตร กล่าวว่า “สตรีในประวัติศาสตร์อิสลามได้เคยแสดง
ความเห็นในเรื่องของกฎหมาย ประโยชน์สาธารณะ และเป็นฝ่ายขัดแย้งกับ
คอลีฟะฮ์ (ผู้ปกครองมุสลิม) จนกระทั่งคอลีฟะฮ์ต้องยอมรับข้อโต้แย้ง
ของพวกเธอเหล่านั้น” ดังเช่นที่บันทึกไว้ในสมัยของคอลีฟะฮ์ อุมัร อิบนิ
ค็อตต๊อบ สิทธิในการแสดงความคิดเห็นของสตรีมุสลิมอาจจะมาจากการ
มีส่วนร่วมในสังคมนับตั้งแต่สมัยต้นๆ ที่ยังมีการทำาสงครามกันอย่างกว้าง
ขวาง ผู้หญิงมุสลิมเข้าร่วมในกองทัพในฐานะพยาบาลรักษาผู้บาดเจ็บ
ตระเตรียมเสบียงและรับใช้นักรบ เมื่อพูดถึง “การออกเสียง” อาจจะทำาให้
นึกไปถึงการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่บุคคลมีสิทธิในการออกเสียง
เลือกผู้แทนราษฎรให้ไปทำาหน้าที่ในสภา ในกรณีนี้ประเทศมุสลิม
จำานวนมากให้สิทธิแก่ผู้หญิงในการออกเสียงลงคะแนนเช่นเดียวกับชาย
จะมีเพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่กำาหนดว่าสตรีที่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง
จะต้องมีการศึกษาถึงระดับที่กำาหนด หรือกำาหนดระยะเวลาในอนาคต
96 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

