Page 225 - รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2556
P. 225

224  รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำาปี ๒๕๕๖







                        Philippines,  Southern  Africa,  Palestine  and  Thailand)  ซึ่งจัดโดย  Franciscans  International,
                        Fastenopfer, ACT Alliance, Al-Haq, Misereor, International Catholic Center of Geneva และ

                        ยังได้พบปะ แลกเปลี่ยน และหารือแนวทางความร่วมมือกับผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน
                        อาทิ Association for the Prevention of Torture : APT และฝ่ายเลขานุการของคณะผู้รายงานพิเศษ

                        ของสหประชาชาติ และ OHCHR เป็นต้น  ซึ่งเป็นการประสานความร่วมมือของ กสม. กับองค์กรระหว่าง
                        ประเทศด้านสิทธิมนุษยชนต่อไป


                                      i  การเข้าร่วมการสัมมนาระดับภูมิภาคเรื่องการคุมขังบุคคลที่กระทำาความผิด
                                         ตามกฎหมายคนเข้าเมืองในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Regional

                                         Consultation on Immigration Detention for South and Southeast

                                         Asia) ระหว่างวันที่ ๗ – ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ณ โรงแรมวินด์เซอร์ กรุงเทพฯ

                                         การสัมมนาดังกล่าวจัดขึ้นโดยสำานักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ
                        (United Nations High Commissioner for Refugees : UNHCR) ร่วมกับ International Detention

                        Coalition  ซึ่งเป็นเครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมในประเทศต่างๆ เพื่อส่งเสริมการคุ้มครองสิทธิของ
                        ผู้ถูกคุมขัง เช่น ผู้ลี้ภัยและผู้โยกย้ายถิ่นฐานมีที่ตั้งสำานักงานอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย  การสัมมนาจัดขึ้น

                        เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นระหว่างผู้ที่ทำางานให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองสิทธิของผู้โยกย้ายถิ่นฐานที่
                        ถูกคุมขังตามกฎหมายคนเข้าเมืองในประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

                        โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้โยกย้ายถิ่นฐานที่อาจเข้าข่ายเป็นผู้ลี้ภัย โดยเน้นแนวทางสำาคัญสองประการ
                                         แนวทางแรก คือ การแสวงหาแนวทางอื่นแทนการกักขัง  เนื่องจากบุคคลกลุ่มนี้

                        มักถูกกักขังเป็นเวลานานหรือไม่มีกำาหนดเวลาที่ชัดเจน เพราะไม่สามารถส่งกลับประเทศต้นทางได้จนกว่า

                        สถานการณ์ในประเทศต้นทางจะมีความปลอดภัย หรือจนกว่าจะได้รับการรับรองสถานะเป็นผู้ลี้ภัยและ
                        ได้รับการตั้งถิ่นฐานในประเทศที่สาม โดยจะให้ความสำาคัญกับผู้ถูกกักขังที่เป็นเด็กเป็นพิเศษ
                                         ส่วนแนวทางที่สอง คือ ในระหว่างที่บุคคลกลุ่มนี้ยังถูกกักขัง  องค์กรที่เกี่ยวข้อง

                        ควรมีการดูแลให้ผู้ถูกกักขังมีสภาพความเป็นอยู่ที่เหมาะสม ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมสัมมนาในฐานะผู้แทน

                        ของ กสม. ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการดำาเนินงานในเรื่องนี้กับผู้เข้าร่วมจากประเทศต่างๆ ใน
                        ภูมิภาค  ทั้งการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ของชาวต่างชาติที่อยู่ในห้องกักของ
                        สำานักงานตรวจคนเข้าเมืองและมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการดูแลผู้ถูกคุมขังไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ

                        การศึกษากฎหมายคนเข้าเมืองของไทยเพื่อพิจารณาทางเลือกอื่นแทนการคุมขัง เป็นต้น

                                      i  การหารือระหว่างประธาน กสม. กับคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง

                                         ว่าด้วยสิทธิมนุษยชนในเกาหลีเหนือ (Commission of Inquiry on Human

                                         Rights in North Korea) ของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ
                                         กรณีการถูกลักพาตัวของนางสาวอโนชา ปันจ้อย เมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๖
                                         ณ สำานักงานสหประชาชาติ กรุงเทพฯ
   220   221   222   223   224   225   226   227   228   229   230