Page 137 - รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2556
P. 137
136 รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำาปี ๒๕๕๖
ช่องทางในการร้องเรียนต่อ กสม. เกี่ยวกับเรื่องที่ผู้ร้องหรือผู้เสียหายขอให้เสนอเรื่องหรือฟ้องคดี
ต่อศาล นอกจากใช้ช่องทางเดียวกับการร้องเรียนขอให้ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งทำาได้
หลายวิธี คือ ด้วยวาจา ทางไปรษณีย์ จดหมายอีเล็กทรอนิกส์ (E-mail) โทรศัพท์ และโทรสารแล้ว
ยังสามารถร้องเรียนผ่านระบบสารสนเทศของสำานักวินิจฉัยและคดี (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น สำานักกฎหมาย
๑๙
และคดี) ซึ่งอยู่ในเว็บไซต์สำานักงาน กสม. ได้อีกด้วย
หลังจาก กสม. รับเรื่องร้องเรียนที่ขอให้เสนอเรื่องหรือฟ้องคดีต่อศาลไว้พิจารณา กสม. อาจ
ดำาเนินการไกล่เกลี่ยคู่กรณีหรือคู่ความเพื่อทำาความตกลงระงับข้อพิพาท หรือประนีประนอมพร้อมจัดทำา
๒๐
ข้อตกลงด้วย
ในกรณีที่ กสม. มีมติให้เสนอเรื่องหรือฟ้องคดีต่อศาล กสม. จะแต่งตั้งพนักงานผู้รับผิดชอบคดีจาก
พนักงานคดี หรือข้าราชการของ สำานักงาน กสม. หรือทนายความ หรือบุคคลอื่น เช่น พนักงานอัยการ ฯลฯ
เพื่อให้มีหน้าที่รับผิดชอบการดำาเนินคดีตามที่ กสม. มอบหมายต่อไป
๓.๒.๑ การเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ
และผลการดำาเนินการในชั้นศาล
ในปี ๒๕๕๖ กสม. ได้พิจารณาดำาเนินการตามอำานาจหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนที่มีผู้ขอให้เสนอ
เรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐
มาตรา ๒๕๗ วรรคหนึ่ง โดยได้รับคำาร้องที่ขอให้เสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ จำานวน
๓๑ คำาร้อง (ในจำานวนนี้เป็นคำาร้องที่ได้รับก่อนปี ๒๕๕๖ จำานวน ๑ คำาร้อง) ซึ่ง กสม. ได้พิจารณาแล้ว
เห็นสมควรให้เสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ จำานวน ๒ เรื่อง และได้พิจารณาให้ยุติ
การพิจารณา/ยุติเรื่อง เนื่องจากเห็นว่า บทบัญญัติของกฎหมายไม่กระทบต่อสิทธิมนุษยชนและไม่มีปัญหา
เกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ จำานวน ๑๕ เรื่อง ในจำานวนเรื่องที่ กสม.พิจารณายุติเรื่อง มีเรื่องที่มี
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำานวน ๒ เรื่อง และอยู่ระหว่างการพิจารณา จำานวน
๑๔ คำาร้อง รายละเอียดตามตารางที่ ๔
๑๙ www.nhrc.or.th
๒๐ ระเบียบ กสม. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการการเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครอง หรือฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรม
พ.ศ. ๒๕๕๔ ข้อ ๒๖ (๔) และข้อ ๔๒

