Page 6 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 6

IV



            ลงมาสนใจที่จะแก้ปัญหา เช่น การรวมตัวของกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากเขื่อนปากมูล เขื่อนราษีไศล เขื่อนโปร่งขุน

            เพชร เขื่อนแก่งเสือเต้น เขื่อนท่าแซะ การรวมตัวของกลุ่มสมัชชาคนจน เป็นต้น และทางเลือกสุดท้าย คือ การ
            ฟ้องศาลปกครอง เนื่องจากส่วนใหญ่การร้องเรียนเป็นกรณีความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับชุมชน


                           ข้อเสนอแนะจากการวิจัยครั้งนี้ แบ่งเป็น ๑) ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลและรัฐสภา ๒) ข้อเสนอแนะ
            ต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๓) ข้อเสนอต่อชุมชน

                           ๑ ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลและรัฐสภา

                             เนื่องจากสิทธิชุมชนเรื่องการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เป็นสิทธิตาม

            รัฐธรรมนูญ ฉบับ ปี ๒๕๕๐ ตามมาตรา ๖๖ และ ๖๗  ที่ชุมชนได้เรียนรู้และพยายามใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ
            ดังกล่าว จนมีกรณีร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนหรือการฟ้องร้องต่อศาลปกครองในหลายกรณี ทั้งนี้

            เพราะยังไม่มีกฎหมาย และระเบียบปฏิบัติ ที่จะมารองรับและคุ้มครองสิทธิของชุมชนการบริหารจัดการ
            ทรัพยากรธรรมชาติ ควรมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงกฎหมาย และระเบียบปฏิบัติ โดยรัฐบาลหรือรัฐสภา เป็น

            แม่งานในการจัดการสังคายนา กฎหมาย กฎ ระเบียบของหน่วยงานที่ก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิชุมชน และเสนอ

            ปรับปรุงใหม่ เช่น การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการกําหนดค่า
            ชดเชย เป็นต้น เพื่อให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างแท้จริงตามสิทธิในรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะ

            ทําให้ความขัดแย้งลดน้อยลง
                           ๒ ข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประกอบด้วย

                             ข้อเสนอต่อ กสม. เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิชุมชนด้านทรัพยากรน้ํา นั้นแบ่งเป็น ๒ มาตรการ

            ประกอบด้วย ๑) มาตรการด้านการป้องกันการละเมิดสิทธิชุมชน และ ๒) มาตรการแก้ปัญหาการละเมิดสิทธิ
            ชุมชน ในกรณีที่มีการละเมิดสิทธิชุมชนแล้ว


                             ๑) มาตรการด้านการป้องกันการละเมิดสิทธิชุมชน มีข้อเสนอ ๒ ประการ คือ


                                (๑) ทํางานเชิงรุกโดยร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนและเครือข่ายอื่น ๆ ในการจัดการกับ

            ปัญหาการละเมิดสิทธิชุมชน เพราะความขัดแย้งในเรื่องทรัพยากรน้ําและทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ นับวันจะมีมาก
            ขึ้น เนื่องจากชุมชนมีความรู้และตื่นตัวในการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๖ และ ๖๗ และโครงการพัฒนาของ

            ภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ํานับวันจะมีมากขึ้น กสม. ควรสร้างกลไกในโครงสร้างของ กสม. ให้มีหน้าที่
            ทํางานเชิงรุก กล่าวคือ ไปทํางานร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชน เช่น สมัชชาคนจน เครือข่ายเกษตรกรรายย่อย

            กลุ่มอนุรักษ์ต่าง ๆ องค์กรพัฒนาเอกชน นักกฎหมายมวลชน และสื่อมวลชน มาทํางานร่วมกันในลักษณะเครือข่าย
            ปกป้องสิทธิชุมชน เพื่อรณรงค์เรื่องสิทธิของชุมชน ในการอนุรักษ์ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและมีมาตรการ

            ป้องกันการละเมิดสิทธิชุมชนตั้งแต่โครงการยังไม่ก่อสร้าง ซึ่งจะทําให้การแก้ปัญหาทันเหตุการณ์มากขึ้น เพราะ

            หากสามารถยับยั้งโครงการตั้งแต่ก่อนการก่อสร้าง จะช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดกับชุมชน รวมทั้งกรณีร้องเรียนลด
            กรณีร้องเรียนที่จะมาสู่ กสม. ด้วยเช่นเดียวกัน

                                (๒) สร้างรูปแบบการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ในการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและการ

            รับฟังความคิดเห็น ตามรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐  โดยร่วมกับหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา เช่น




                      รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”
   1   2   3   4   5   6   7   8   9   10   11