Page 246 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 246
๑๑๒ | - ผ
กรณีร้องเรียนที่ ๖๐๖/๒๕๔๙ รายงานที่ ตส. ๔๗๔/๒๕๕๐
เรื่อง สิทธิชุมชน กรณีการดูดทรายในแม่น้ํามูล อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ และ อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์
สภาพปัญหา
การประกอบกิจการดูดทรายในแม่น้ํามูล ในพื้นที่อําเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ และอําเภอชุมพลบุรี จังหวัด
สุรินทร์ ส่งผลกระทบต่อแม่น้ําและชุมชนที่อาศัยและพึ่งพาในการดํารงวิถีชีวิต บริเวณแม่น้ํามูลพื้นที่รอยต่อ
ระหว่างอําเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ และอําเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ ได้มีการอนุญาตให้เอกชนจํานวนหลาย
รายประกอบกิจการดูดทรายในแม่น้ํามาเป็นเวลานาน และบางรายประกอบกิจการโดยผิดกฎหมาย แต่ไม่มี
หน่วยงานราชการใดที่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง ทําให้ระบบนิเวศของแม่น้ํามูลได้รับความเสียหาย และ
ส่งผลกระทบต่อวิถีชุมชนริมน้ําที่ต้องพึ่งพาอาศัยแม่น้ําในการดํารงชีวิต
ความเห็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
๑. ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.
๒๕๕๐ ซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน กําหนดให้ชุมชนมีสิทธิในการมีส่วนร่วมในการจัดการ บํารุงรักษา และใช้
ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน ดังนั้น ก่อนที่จะมีการอนุญาตให้ขุดหรือ
ดูดทรายทั้งบนบกและในแม่น้ํา ต้องได้รับความเห็นชอบจากชุมชนบริเวณดังกล่าวด้วย
๒. การขออนุญาตดูดทราย ต้องมีรูปแผนที่แสดงตําแหน่งที่ดินที่ขออนุญาตว่ากว้างยาวเท่าไหร่
บริเวณชายฝั่งที่ขออนุญาตต้องมีหลักหมายระยะของจํานวนแปลงที่ขออนุญาตว่ากว้างเท่าไหร่ ยาวเท่าไหร่
ระหว่างบนบกต้องมีหลักไม้หรือคอนกรีตที่แสดงระยะ บริเวณที่ขออนุญาตจะต้องมีทุ่น ๔ ทุ่น ซึ่งแสดงตําแหน่งที่
ขออนุญาตดูดทราย ระหว่างหลักทั้ง ๒ หลัก จะต้องมีแผ่นป้ายเขียนไว้ว่า ผู้ใดได้รับอนุญาต ระยะเวลา รูปแผนที่
โดยสังเขป ทั้งนี้คณะกรรมการพิจารณาดูดทรายประจําจังหวัด ควรแจ้งให้องค์การบริหารส่วนตําบลและชุมชนใน
พื้นที่ทราบถึงข้อมูลดังกล่าว และร่วมเฝ้าระวัง
๓. การดูดหรือขุดทรายหากเป็นเหตุให้ตลิ่งพัง แผ่นดินทรุด คณะกรรมการพิจารณาดูดทรายประจํา
จังหวัดสมควรให้ระงับการดูดหรือขุดทรายไว้ก่อน จนกว่าจะได้มีการป้องกันและแก้ไขความเสียหายให้เสร็จสิ้น
เสียก่อน
มติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
- ให้จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดสุรินทร์ รับฟังความคิดเห็นจากชุมชนในบริเวณที่จะอนุญาตให้ดูดหรือขุด
ทรายและใกล้เคียง ก่อนการพิจารณาอนุญาตหรือต่อใบอนุญาตให้ดูดหรือขุดทราย ทั้งนี้ ให้เริ่มดําเนินการภายใน
ระยะเวลา ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับรายงานผลการศึกษา
- ให้จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดสุรินทร์ ถามความเห็นชอบจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แจ้งถึงแผนที่
แสดงตําแหน่งที่ดินที่ขออนุญาต ทุ่น และหลักหมุด ให้องค์การบริหารส่วนตําบลและชุมชนบริเวณที่จะอนุญาตให้
ดูดหรือขุดทรายและใกล้เคียง ทั้งนี้ ให้เริ่มดําเนินการภายในระยะเวลา ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับรายงานผล
การศึกษา
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”

