Page 226 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 226
๙๒ | - ผ
สรุปผลการแก้ปัญหา : ปัญหายุติแล้ว
กรณีร้องเรียนที่ ๑๙๐/๒๕๔๙ รายงานที่ ตส. ๑๔๗/๒๕๕๐
เรื่อง สิทธิชุมชน กรณีบริษัท กัลฟ์ เพาเวอร์ เจเนอเรชั่น จํากัด ละเมิดสิทธิของชุมชนในการใช้
ประโยชน์ทรัพยากรน้ําในแม่น้ําป่าสัก
สภาพปัญหา
โครงการโรงไฟฟ้าแก่งคอย ๒ ดําเนินการโดยบริษัท กัลฟ์ เพาเวอร์ เจเนอเรชั่น จํากัด ซึ่งได้ดําเนินการ
ก่อสร้างในพื้นที่หมู่ที่ ๒ บ้านหนองแหน ตําบลบ้านป่า อําเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็น
เชื้อเพลิงหลัก และน้ํามันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงสํารอง ในการผลิตกระแสไฟฟ้าส่งให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่ง
ประเทศไทย และใช้น้ําจากแม่น้ําป่าสัก ในกิจกรรมภายในโรงงานไฟฟ้าทั้งหมด แต่ราษฎรมีความกังวลว่า
เนื่องจากปัจจุบันแม่น้ําป่าสัก มีปัญหาการขาดแคลนน้ําอยู่แล้ว หากโรงไฟฟ้าแก่งคอย ๒ มาใช้น้ําจากแม่น้ําป่า
สักอีก ไม่ว่าจะเป็นการดูดน้ําเข้าหรือปล่อยน้ําออกจากโรงไฟฟ้า อาจทําให้สภาพปัญหาของแม่น้ําป่าสักมีความ
รุนแรงยิ่งขึ้น ส่งผลให้ประชาชนและชุมชนที่ใช้ประโยชน์จากแม่น้ําป่าสักได้รับผลกระทบตามไปด้วย
จากการตรวจสอบของคณะอนุกรรมการสิทธิในทรัพยากรน้ํา ชายฝั่ง และแร่ พบว่า ยังมีข้อมูลที่แตกต่าง
กันในเรื่องปริมาณน้ําที่ บริษัทกัลฟ์ เพาเวอร์ เจเนอเรชั่น จํากัด จะต้องใช้ในการหล่อเย็น วันละ ๔๘,๘๐๐ -
๕๔,๔๑๓ ลบ.ม. โดยกรมชลประทาน และบริษัทกัลฟ์ เพาเวอร์เจเนอเรชั่น จํากัด ชี้แจงว่ามีปริมาณน้ําในแม่
น้ําป่าสักเพียงพอในการใช้งาน และมีการสร้างบ่อเก็บกักน้ํา ขนาด ๑,๓๐๐,๐๐๐ ลบ.ม. ด้วย แต่จากคําชี้แจงของ
สํานักงานสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระบุรี และพยานผู้เชี่ยวชาญ (ดร.กัมปนาท ภักดีกุล) รวมทั้งเอกสารจากผู้ร้อง
ให้ข้อมูลว่า ปริมาณน้ําในแม่น้ําป่าสัก ขณะที่ยังไม่มีการใช้น้ําจากโรงไฟฟ้าแก่งคอย ๒ ปริมาณน้ําก็ยังไม่เพียงพอ
โดยมีการประกาศให้งดทํานาปรัง
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เห็นว่า
๑) สิทธิประโยชน์ในการใช้น้ําในแม่น้ําป่าสักต้องคํานึงถึงประชาชนผู้ใช้น้ําในการอุปโภคบริโภค และเพื่อ
การเกษตร ที่ใช้อยู่ก่อนแล้วเป็นอันดับแรก เพื่อเป็นการรักษาสิทธิของประชาชนและสิทธิชุมชน
๒) บริษัทกัลฟ์ เพาเวอร์ เจเนอเรชั่น จํากัด จําเป็นต้องมีระบบการสํารองน้ําจากแหล่งทางเลือกอื่น ได้แก่
น้ําจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ น้ําจากประตูน้ําพระราม ๖ น้ําจากแหล่งน้ําใต้ดิน สําหรับการใช้ในกิจกรรมของ
โรงไฟฟ้าหากมีภาวะขาดแคลนน้ํา เพื่อมิให้เกิดความขัดแย้งในการแย่งชิงน้ําระหว่างประชาชน ภาคเกษตรกรรม
กับบริษัทกัลฟ์ เพาเวอร์ เจเนอเรชั่น จํากัด
๓) คณะกรรมการลุ่มน้ําป่าสัก ควรมีบทบาทดูแลการใช้น้ําในพื้นที่อําเภอแก่งคอย อย่างใกล้ชิด และ
แก้ปัญหาอย่างเป็นธรรมและทันท่วงที
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีข้อสังเกตเกี่ยวกับกรณีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแก่งคอย ๒ ว่าข้อ
วิตกกังวลของประชาชนที่นํามาสู่การร้องเรียน เกี่ยวกับกรณีนี้เกิดจากการตระหนักถึงสิทธิของตนและสิทธิชุมชน
ที่ต้องได้รับผลกระทบจากการพัฒนาอุตสาหกรรมที่จะตามมาหลังจากมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้า และจะนําไปสู่
ปัญหาการแย่งชิงน้ําจากภาคเกษตรกรรม ปัญหาคุณภาพน้ําที่ไม่อาจฟื้นฟูกลับสู่สภาวะอุดมสมบูรณ์ ของแม่น้ํา
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนว ง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”

