Page 190 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 190
๕๖ | - ผ
กรณีร้องเรียนที่ ๔๓/๒๕๔๙ รายงานที่ ตส. ๒๓๘/๒๕๕๐
เรื่อง สิทธิชุมชน กรณีโครงการขุดลอกคลองลําพะเนียง อําเภอเมืองหนองบัวลําภู จังหวัดหนองบัวลําภู
สภาพปัญหา
การดําเนินการขุดลอกคลองลําพะเนียง ได้รุกล้ําเข้าไปในที่ดินของชาวบ้าน ทําให้สูญเสียที่ดินโดยไม่
ยินยอม และขนาดของคลองและคันคลองที่ทําการขุดลอกใหม่ ทําให้ชาวบ้านไม่สามารถใช้ประโยชน์คลองลํา
พะเนียงได้เช่นเดิม ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชาวบ้านที่อยู่ในแนวติดคลองลําพะเนียง
๑. จากคําชี้แจงของผู้ร้องและชาวบ้านพบว่า การชี้แจงของกรมชลประทานไม่ครอบคลุมครบถ้วน ทําให้
เข้าใจเพียงว่าจะมีการขุดลอกลําคลองเดิมเท่านั้น โดยไม่ทราบว่าจะมีการทําคันคลองทั้งสองฟากคลอง และมี
ผลกระทบถึงเนื้อที่ของที่ดินของตน ประกอบกับลําคลองเดิมมีความคดเคี้ยวตามธรรมชาติ จนกระทั่งเมื่อมีการ
ก่อสร้างแล้วจึงพบว่า มีการขยายคลองและทําคันคลองทั้งสองฟาก รวมแล้วกว้างถึง ๕๐ - ๗๐ เมตร ทําให้ราษฎร
บางรายสูญเสียที่ดินทํากินหมดไปทั้งแปลง หรือเหลือที่ดินไม่เพียงพอที่จะทํากินต่อไป
๒. จากการก่อสร้างคันคลองเป็นถนนสูงจากระดับพื้นดินโดยเฉลี่ยประมาณ ๒ เมตร ซึ่งคันคลองดังกล่าว
กลายเป็นเขื่อนกั้นน้ํามิให้น้ําจากที่ทํากินไหลลงคลองได้ แม้จะมีการสร้างประตูระบายน้ํา แต่เป็นประตูขนาดเล็ก
แต่ละจุดอยู่ห่างไกลกัน และระดับประตูสูงกว่าระดับน้ําท่วมขัง เป็นผลให้น้ําท่วมที่ทํากินของราษฎรเป็นเวลานาน
นอกจากนี้ ผลของความสูงของคันคลองเป็นผลให้ในฤดูแล้งชาวบ้านไม่สามารถที่จะนําน้ําจากคลองลําพะเนียงเข้า
สู่พื้นที่เกษตรของตนได้ เว้นแต่จะใช้เครื่องสูบน้ําที่มีกําลังสูง
๓. จากการลงพื้นที่พบว่า สภาพสองฝั่งลําน้ําลําพะเนียงที่ยังไม่ขุดลอก ยังมีสภาพที่มีพืชพรรณ ต้นไม้ ขึ้น
ปกคลุมทั้งสองฝั่งคลองลําพะเนียงอย่างร่มรื่นสมบูรณ์ ซึ่งจากภาพถ่ายของกรมชลประทานเองก็แสดงสภาพให้เห็น
เช่นนั้น แต่เมื่อมีการขุดลอกขยายคลอง และสร้างคันถนนสองฝั่งคลองตามโครงการนี้ ทําให้สภาพสองฝั่งคลองแห้ง
แล้ง มีเฉพาะถนนดินและน้ํา ไม่มีต้นไม้ใหญ่ซึ่งเคยให้ความร่มรื่นแต่อย่างใด ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศ
ของคลองลําพะเนียงบริเวณที่มีโครงการดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง
แต่เนื่องจากเรื่องร้องเรียนกรณีนี้ ได้มีการฟ้องร้องเป็นคดีต่อศาลปกครองขอนแก่น จึงเป็นการต้องห้ามมิ
ให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ตามนัยมาตรา ๒๒ แห่ง
พระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่บัญญัติว่า “ในกรณีที่มีการกระทําหรือการ
ละเลยการกระทําอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และมิใช่เป็นเรื่องที่มีการฟ้องร้องเป็นคดีอยู่ในศาล หรือที่ศาล
พิพากษา หรือมีคําสั่งเด็ดขาดแล้ว ให้คณะกรรมการมีอํานาจตรวจสอบและเสนอมาตรการการแก้ไขตาม
พระราชบัญญัตินี้” คณะอนุกรรมการสิทธิในทรัพยากรน้ํา ชายฝั่ง และแร่ จึงเห็นสมควรให้ยุติเรื่อง
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา

