Page 193 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 193
ผ - | ๕๙
๔) กรณีที่ตรวจพบว่าปริมาณโลหะหนักในตะกอนดินที่จะทําการขุดลอกมีปริมาณสูง และมี
แนวโน้มจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากการฟุ้งกระจายของตะกอน รายงานฯ จะต้อง
ประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าว และเสนอมาตรการลดผลกระทบและติดตามตรวจสอบด้วย
๕) โครงการจะทําการขุดลอกร่องน้ําเป็นหลุมลึกประมาณ ๔-๕ เมตร เป็นระยะประมาณ ๖-๗
กิโลเมตร และนําตะกอนไปถมท้องทะเล ทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพื้นท้องทะเล ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการ
เลี้ยวเบนของคลื่น (Wave Diffraction) และตําแหน่งการแตกตัวของคลื่น (Wave Breaking) ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่อง
ต่อการเปลี่ยนแปลงชายฝั่ง ดังนั้น รายงานฯ จะต้องประเมินผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเพื่อ
เปรียบเทียบในกรณีที่มีและไม่มีโครงการให้ชัดเจน
๖) จากหัวข้อการทํานายอายุการใช้งานของร่องน้ําที่ทําการขุดลอกในหน้า ๔-๒๔ ไม่ได้ให้คําตอบ
ว่าอายุการใช้งานของร่องน้ําตามรูปแบบที่โครงการเสนอเป็นเท่าไร จําเป็นที่จะต้องมีการบํารุงรักษาหรือไม่ ความถี่
เท่าไร และรูปแบบการบํารุงรักษาเป็นอย่างไร และในกิจกรรมการบํารุงรักษาร่องน้ําจะส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม
อย่างไร โครงการจะมีมาตรการลดผลกระทบและมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างไร
ดังนั้น การที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยไม่ได้ดําเนินการเสนอข้อมูลเพิ่มเติมทั้ง ๖ ข้อข้างต้น แต่
กลับไปสนับสนุนงบประมาณให้จังหวัดกระบี่ทําการขุดลอกร่องน้ํา และทิ้งตะกอนดิน แสดงว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิต
แห่งประเทศไทยจงใจหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตามเงื่อนไขในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม การกระทํา
ดังกล่าวจึงเป็นการกระทําโดยมิชอบ และเป็นการทําลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง
๒. พื้นที่คลองศรีบอยาเป็นพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม จัดอยู่ในบริเวณที่ ๒ ตามประกาศกระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กําหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ในบริเวณพื้นที่ที่
ได้รับธรณีพิบัติ จังหวัดกระบี่ จังหวัดตรัง จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดระนอง และจังหวัดสตูล พ.ศ. ๒๕๔๙
มาตรการที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว คือ ข้อ ๖ (๕) ห้ามกระทําการขุดลอก ยกเว้นการขุดลอกร่องน้ําเพื่อความ
ปลอดภัยในการเดินเรือ โดยประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑๓
เมษายน ๒๕๔๙ เป็นต้นไป
ดังนั้น การขุดลอกร่องน้ําของจังหวัดกระบี่และกรมการขนส่งทางน้ําและพาณิชยนาวี โดยการ
สนับสนุนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เป็นการกระทําที่ผิดต่อพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษา
คุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๑๐๐ ที่บัญญัติว่า “ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกําหนดใน
กฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๔๔ หรือตามประกาศของรัฐมนตรีตามมาตรา ๔๕ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน
หนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ” สมควรที่หน่วยงานทั้งสามจะต้องรับผิดตามกฎหมาย
ดังกล่าวข้างต้น
๓. จากข้อเสนอของคณะกรรมการผู้ชํานาญการ ผู้พิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ที่เสนอให้ยกเลิกกิจกรรมการขุดลอกร่องน้ํา โดยหันมาใช้เรือบรรทุกน้ํามันที่มีขนาดเล็กลง ดังนั้น จึงไม่จําเป็นต้อง
ทําการขุดลอกร่องน้ําแต่อย่างใด รวมทั้งได้เปลี่ยนวิธีการขนส่งน้ํามันจากคลังน้ํามันปากคลองศรีบอยาไปยัง
โรงไฟฟ้าพลังความร้อนกระบี่ จากเดิมที่ใช้เรือบรรทุกน้ํามันแล่นไปตามคลองศรีบอยาและคลองปกาสัย มาเป็น
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา

