Page 172 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 172
๓๘ | - ผ
• จากคําชี้แจงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยว่า ระดับน้ําท่วมของเขื่อนฮัจจีอยู่ที่ระดับ
๔๘ เมตรระดับน้ําทะเลปานกลาง แต่จากการลงพื้นที่ตรวจสอบที่หาดทรายบริเวณบ้านสบเมย ตําบลแม่สามแลบ
อําเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งอยู่เหนือจากที่ตั้งเขื่อนขึ้นมาประมาณ ๕๐ กิโลเมตร พบว่า มีพื้นที่อยู่ที่ระดับ
๔๐ เมตรระดับน้ําทะเลปานกลาง ดังนั้น บริเวณที่ดินทํากินและที่อยู่อาศัยริมแม่น้ําเมยและแม่น้ําสาละวิน รวม
ตลอดทั้งแม่น้ําสาขาบางบริเวณ ย่อมต้องถูกน้ําท่วมถาวรเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ การประกอบอาชีพของชุมชนริม
แม่น้ําเมยและแม่น้ําสาละวินยังอาศัยพื้นที่ริมตลิ่งในการปลูกพืชผักต่างๆ เมื่อน้ําลด ทําให้วิถีชีวิตของชุมชน
ดังกล่าวไม่อาจใช้ประโยชน์ในการเกษตรกรรมจากริมตลิ่งได้ต่อไป
• แม่น้ําสาละวินเป็นแม่น้ําสายสําคัญของภูมิภาค มีระบบนิเวศน์ในลําน้ําและสองฝั่งน้ําอุดม
สมบูรณ์ เป็นที่ยอมรับถึงความหลากหลายทางชีวภาพในลุ่มน้ําดังกล่าว นับเป็นแม่น้ํานานาชาติสายเดียวของ
ภูมิภาคที่ยังไม่มีการสร้างเขื่อนที่มีผลทําลายระบบนิเวศ ซึ่งระบบนิเวศมีความเชื่อมโยงทั้งฝั่งประเทศไทยและ
สหภาพพม่า ดังนั้น การก่อสร้างดังกล่าวย่อมสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศของประเทศไทยด้วย
มาตรการการแก้ไขปัญหา
คณะอนุกรรมการสิทธิในทรัพยากรน้ํา ชายฝั่งและแร่ มีข้อเสนอต่อรัฐบาลให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่ง
ประเทศไทย ระงับการก่อสร้างเขื่อนอัจจีในแม่น้ําสาละวินทั้งนี้ ให้เริ่มดําเนินการภยในระยะเวลา ๙๐ วัน นับแต่
วันได้รับรายงานฉบับนี้
การแก้ไขปัญหาของหน่วยงานตามมติของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งประเทศไทย
ปัญหายังคงดํารงอยู่ เนื่องจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ยังคงดําเนินการเกี่ยวกับเขื่อนฮัจจีต่อ แต่มีกระบวนการ
รับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย จากประเทศไทย ที่บ้านสบเมย บ้านแม่สามแลบ
สรุปผลการแก้ปัญหา
แม้ว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จะยังไม่ยกเลิกโครงการฯ แต่ก็มีแนวโน้มที่ดีขึ้น คือมี
กระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา

