Page 171 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 171

ผ -  | ๓๗



               กรณีร้องเรียนที่      ๑๙๑/๒๕๔๙                     รายงานที่  ตส.  ๕๒๖/๒๕๕๐

               เรื่อง        สิทธิชุมชน  กรณีโครงการก่อสร้างเขื่อนในแม่น้ําสาละวิน


               สภาพปัญหา

                      ตามที่ได้มีบันทึกความตกลงระหว่างกรมไฟฟ้าพลังน้ํา กระทรวงไฟฟ้าแห่งรัฐบาลประเทศสหภาพพม่า กับ

               บริษัท กฟผ. จํากัด (มหาชน) (ปัจจุบัน – การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย) เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๔๘
               สําหรับการพัฒนากรรมสิทธิ์ และการดําเนินงานของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ําฮัจจีในแม่น้ําสาละวิน ประเทศ

               สหภาพพม่า

                      ๑. พื้นที่โครงการฮัจจีเป็นพื้นที่ที่อยู่ในสถานการณ์ความขัดแย้ง และมีเหตุการณ์สู้รบระหว่างสหภาพพม่า

               กับประชาชนกะเหรี่ยง (KNU)  บริเวณด้านเหนือเขื่อน ซึ่งหากมีการก่อสร้างเขื่อนแล้ว ย่อมส่งผลกระทบต่อ
               ประชาชนกะเหรี่ยงกลุ่มดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง เพราะต้องอพยพหลบหนีการกวาดล้างเข้ามาสู่ประเทศไทย เนื่องจาก

               มีพรมแดนติดต่อกัน ดังนั้น การก่อสร้างเขื่อนฮัจจีจึงเป็นการส่งเสริมให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อประชาชน
               กะเหรี่ยง อีกทั้งประเทศไทยต้องแบกรับภาระในการดูแลผู้อพยพดังกล่าว


                      ๒. จากคําชี้แจงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยว่า ระดับน้ําท่วมของเขื่อนฮัจจีอยู่ที่ระดับ ๔๘
               เมตรระดับน้ําทะเลปานกลาง แต่จากการลงพื้นที่ตรวจสอบที่หาดทรายบริเวณบ้านสบเมย ตําบลแม่สามแลบ

               อําเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งอยู่เหนือจากที่ตั้งเขื่อนขึ้นมาประมาณ ๕๐ กิโลเมตร พบว่า มีพื้นที่อยู่ที่ระดับ

               ๔๐ เมตรระดับน้ําทะเลปานกลาง ดังนั้น บริเวณที่ดินทํากินและที่อยู่อาศัยริมแม่น้ําเมยและแม่น้ําสาละวิน รวม
               ตลอดทั้งแม่น้ําสาขาบางบริเวณ ย่อมต้องถูกน้ําท่วมถาวรเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ การประกอบอาชีพของชุมชนริม

               แม่น้ําเมยและแม่น้ําสาละวินยังอาศัยพื้นที่ริมตลิ่งในการปลูกพืชผักต่างๆ เมื่อน้ําลด ทําให้วิถีชีวิตของชุมชน

               ดังกล่าวไม่อาจใช้ประโยชน์ในการเกษตรกรรมจากริมตลิ่งได้ต่อไป

                      ๓. แม่น้ําสาละวินเป็นแม่น้ําสายสําคัญของภูมิภาค มีระบบนิเวศในลําน้ําและสองฝั่งน้ําอุดมสมบูรณ์ เป็นที่
               ยอมรับถึงความหลากหลายทางชีวภาพในลุ่มน้ําดังกล่าว นับเป็นแม่น้ํานานาชาติสายเดียวของภูมิภาคที่ยังไม่มีการ

               สร้างเขื่อนที่มีผลทําลายระบบนิเวศ ซึ่งระบบนิเวศมีความเชื่อมโยงทั้งฝั่งประเทศไทยและสหภาพพม่า ดังนั้น การ

               ก่อสร้างดังกล่าวย่อมสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศของประเทศไทยด้วย


               ความเห็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

                          •  พื้นที่โครงการฮัจจีเป็นพื้นที่ที่อยู่ในสถานการณ์ความขัดแย้ง และมีเหตุการณ์สู้รบระหว่างสหภาพ

               พม่ากับประชาชนกะเหรี่ยง (KNU)  บริเวณด้านเหนือเขื่อน ซึ่งหากมีการก่อสร้างเขื่อนแล้ว ย่อมส่งผลกระทบต่อ

               ประชาชนกะเหรี่ยงกลุ่มดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง เพราะต้องอพยพหลบหนีการกวาดล้างเข้ามาสู่ประเทศไทย เนื่องจาก
               มีพรมแดนติดต่อกัน ดังนั้น การก่อสร้างเขื่อนฮัจจีจึงเป็นการส่งเสริมให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อประชาชน

               กะเหรี่ยง อีกทั้งประเทศไทยต้องแบกรับภาระในการดูแลผู้อพยพดังกล่าว







                       รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา
   166   167   168   169   170   171   172   173   174   175   176