Page 148 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 148

๑๔ | - ผ



            การศึกษาประมงมีกําหนดจะลง ๓ ครั้งตามฤดูกาลก็ลงครบ ๓  ครั้งจริง แต่ช่วงเวลาที่ลงไม่เหมาะสม คือ ลงพื้นที่

            เร็วก่อนฤดูกาล การศึกษาเรื่องป่าไม้ก็ลงก่อนกําหนด คือ ครั้งแรกลงตามกําหนด ครั้งที่ ๒ ก่อนกําหนด โดยที่คณะ
            ที่ปรึกษาจาก ม.เกษตรฯ บอกว่าลงครบ ๓ ครั้งแล้ว แต่ชาวบ้านเห็นว่าลงเพียง ๒  ครั้งเท่านั้น ซึ่ง ม.เกษตรฯให้

            เหตุผลว่า ลงพื้นที่ยากเพราะว่าเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยไม่ค่อยมีเวลา ครั้งที่  ๒  จึงลงก่อนกําหนด  การแจ้งนัด
            หมายลงพื้นที่กระชั้นชิดเกินไป ชาวบ้านเตรียมตัวไม่ทัน การศึกษาสัตว์ป่าก็เห็นลงพื้นที่ ครั้งเดียว แต่ชาวบ้านไม่รู้

            ว่ามีกําหนดต้องลงกี่ครั้ง


                      การมีส่วนร่วมในการศึกษา เช่น การศึกษาด้านประมงมีการอบรมการเก็บข้อมูลให้กับชาวบ้านที่เป็น

            คณะทํางาน แต่การนัดหมายกับชาวบ้าน ม.เกษตรฯ กําหนดวันแล้วจึงค่อยโทร.มานัดกับชาวบ้าน     ล่วงหน้าสัก
            ๒-๓ วัน ในการเก็บข้อมูล เมื่อถึงวันนัด ม.เกษตรฯ กําหนดจุดที่เก็บข้อมูลมาแล้วไม่ได้มีการหารือกับชาวบ้านใน

            เรื่องจุดที่เก็บข้อมูลว่าควรจะเก็บจุดใด เมื่อไปถึงจุดที่จะเก็บข้อมูลก็ช่วยกันเอาอุปกรณ์มาแล้วก็ช่วยกันเก็บข้อมูล
            ลงไปจับสัตว์น้ํา วัดคุณภาพน้ํา เอาสัตว์มาดูชนิด บันทึก ถ่ายภาพ ข้อมูลที่ได้จะเอามานําเสนอภายหลังในเวที

            อําเภอ  การศึกษาเรื่องป่าจะมีการอบรมที่หมู่บ้าน อบรมวิธีการเก็บข้อมูล ชี้แจงวิธีการ เสร็จแล้วเข้าป่าเลย การ

            เก็บข้อมูลจะมีชาวบ้าน ๖ คน อาจารย์-นักศึกษา ๖ คน ช่วยกันนับ (พืช) ทั้งชนิดและจํานวน


                      ในมุมมองของชาวบ้าน คิดว่าชาวบ้านได้มีส่วนร่วมน้อยทั้งในเรื่องของจํานวนชาวบ้านที่ร่วมเป็นผู้
            ศึกษา และการมีส่วนร่วมในการวางแผนและออกแบบการเก็บข้อมูล ชาวบ้านบางคนไม่เข้าใจบางคนก็เข้าใจ

            ชาวบ้านเพียงแค่มีส่วนการเก็บข้อมูล ได้ร่วมเก็บข้อมูล แต่ในการวิเคราะห์ข้อมูลและสรุปผลการศึกษาไม่ได้ร่วม

            สรุปกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์


                      แม้จะมีมีเวทีนําเสนอที่อําเภอกับที่จังหวัด เวทีเปิดโอกาสให้ซักถาม แต่ชาวบ้านไม่เข้าใจในสิ่งที่
            นําเสนอ ในเวทีชาวบ้านไม่ได้ซักถาม-ไม่ได้แย้ง เวทีจังหวัดชาวบ้านก็ไม่เข้าใจ เป็นภาพรวมเกินไปเกินกว่าความรู้

            ชาวบ้านที่จะเข้าใจได้ในระยะน้อยนิด


                      ส่วนประเด็นกรอบเวลา ๖๐ วัน จําไม่ได้ว่าเริ่มศึกษาเมื่อไหร่ ไม่ทราบว่าอยู่ภายใน ๖๐  วันหรือไม่

            ชุมชนต้องการให้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการศึกษาอย่างแท้จริงในทุก
            ขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบการเก็บข้อมูล การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล รวมทั้งการสรุปผลการศึกษา เพื่อให้

            ชาวบ้านได้เรียนรู้ขั้นตอนการวิจัยที่เป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในเรื่องเรื่องการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม

            และสังคม ชาวบ้านจะได้เข้าใจและสามารถสร้างองค์ความรู้โดยใช้กระบวนการวิจัยได้ ในการนําเสนอควรมี
            รายละเอียดและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตชุมชนให้ชัดเจนไม่ใช่พูดแต่ภาพกว้าง ทําให้ชาวบ้านไม่เข้าใจ


                     กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย ยังไม่ได้ทํา เนื่องจากคณะศึกษา

            ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคม  ได้ลงพื้นที่ศึกษา  ๔๐๐  วัน  จะมีการนัดประชุมพิจารณาผลการศึกษาของ
            มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในเดือนสิงหาคม สิงหาคม  ๒๕๕๓  นี้ (ลงพื้นที่สัมภาษณ์เดือนกรกฎาคม)




                     รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา
   143   144   145   146   147   148   149   150   151   152   153