Page 147 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 147
ผ - | ๑๓
เจริญเลิศ ประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาสมัชชาคนจนกรณีเขื่อนที่ยังไม่ได้สร้าง เป็นผู้ดําเนินการ แต่
จนกระทั่งปัจจุบัน (เดือนกันยายน ๒๕๕๐) รัฐบาลก็ยังมิได้มีการอนุมัติงบประมาณเพื่อดําเนินการศึกษาดังกล่าว
ในขณะที่นักการเมืองท้องถิ่นและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องก็พยายามผลักดันให้มีการเดินหน้าโครงการต่อไป
ความเห็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๖๗ วรรค ๒ ได้กําหนดให้โครงการเช่นเขื่อน
โปร่งขุนเพชรนี้ ต้องทําการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชน
และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อน
ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจํานวน ๔ หมู่บ้าน ในท้องที่บ้านกระจวน บ้านห้วยทับนาย และบ้านใหม่ห้วย
หินฝน ตําบลโคกสะอาด อําเภอหนองบัวระเหว และบ้านบุ่งเวียน ตําบลโป่งนก อําเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ มี
สิทธิกําหนดวิถีชีวิตของตนเองที่จะอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพ หรือ
คุณภาพชีวิตของตน ดังนั้น เมื่อชุมชนไม่ต้องการโครงการเขื่อนโปร่งขุนเพชร หากโครงการก่อสร้างเขื่อนโปร่งขุน
เพชรดําเนินต่อไปย่อมเป็นการละเมิดสิทธิของชุมชนโดยตรง
มติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
• ให้กรมชลประทานศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนใน
ชุมชน โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งนี้ ให้เริ่มดําเนินการภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับ
รายงานผลการตรวจสอบ
• ให้กรมชลประทานจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย หลังจาก
การศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชนเสร็จ
เรียบร้อยแล้ว โดยเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วนรอบด้าน
การแก้ไขปัญหาของหน่วยงานตามมติของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
กรมชลประทาน ดําเนินการแล้วบางส่วนคือ ได้ทําสัญญาว่าจ้างที่ปรึกษาโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและด้านสังคม ของโครงการเขื่อนโปร่งขุนเพชร จังหวัดชัยภูมิ ปัจจุบันหยุด
ทําการศึกษาเพื่อให้คณะกรรมการกํากับและติดตามผลการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและด้านสังคม
โครงการฯ ได้ดําเนินการปรับขอบเขตการศึกษาให้ครอบคลุมทุกประเด็นที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะด้านการมีส่วนร่วม
ของภาคประชาสังคม ซึ่งสอดคล้องกับมาตรการแก้ไขปัญหาตามมติของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ขณะนี้อยู่ระหว่างการแก้ไขสัญญา โดยผู้ร้องเรียนสามารถเข้าร่วมในกระบวนการศึกษาได้ และกรมชลประทานจะ
ได้เปิดเผยข้อมูลให้ทราบต่อไป
อย่างไรก็ตาม ตัวแทนผู้ร้องเรียนได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในการศึกษาครั้งนี้ว่า กรม
ชลประทานได้จ้างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทําการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยให้ชาวบ้าน
ได้มีส่วนร่วม เรื่องประมง ป่าไม้ สัตว์ป่า สังคม วัฒนธรรม กําหนดการลงพื้นที่ศึกษาได้ลงพื้นที่ครบทุกครั้ง เช่น
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา

