Page 129 - เสียงจากประชาชน การต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดิน กรณีร้องเรียน 2545-2550. เล่ม 5 : "การจัดการสวนป่าของรัฐและเอกชน"
P. 129
‡ ’¬ß®“°ª√–™“™π °“√µàÕ Ÿâ‡æ◊ËÕ ‘∑∏‘„π∑’Ë¥‘π °√≥’√âÕ߇√’¬π ÚıÙı-Úıı
ç°“√®—¥°“√ «πªÉ“¢Õß√—∞·≈–‡Õ°™πé
ประเด็นที่ ๓ การดำเนินการแกไขปญหาของหนวยงานที่เกี่ยวของ เปนการกระทำที่ไมเปน
ธรรม หรือละเมิดสิทธิของผูรอง หรือไม อยางไร
จากการตรวจสอบขอเท็จจริง ทั้งจากเอกสารรายงานประชุม การประชุมรวมกับหนวยงานที่
เกี่ยวของและราษฎรผูรอง คณะอนุกรรมการฯ พิจารณาแลว เห็นวา ราษฎรไดมีการรองเรียนตอหนวยงาน
ของรัฐ ตั้งแตป พ.ศ.๒๕๒๗ มาโดยตลอด แตการดำเนินงานที่ผานมาพบวา หนวยงานรัฐขาดความตอเนื่อง
สม่ำเสมอ และไมมีการพิจารณาดำเนินการแกไขปญหาอยางจริงจัง เชนในกรณีผลการตรวจสอบขอเท็จจริง
ของคณะทำงานระดับจังหวัดที่มีการตรวจสอบพื้นที่ และมีมติที่ประชุมคณะทำงานแกไขปญหาราษฎรกรณี
สวนปาคอนสาร ในวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๔๘ ดังนี้
๑. จากการสำรวจตรวจสอบขอเท็จจริงของคณะทำงานในพื้นที่กรณีสวนปาคอนสาร
ปรากฏวา การปลูกสรางสวนปาคอนสารทับที่ราษฎรจริง และมีมติใหยกเลิกเพิกถอน
สวนปาคอนสารตอไป
๒. ใหคณะทำงานจัดทำบันทึกผลการประชุม แลวรายงานตอผูวาราชการจังหวัดชัยภูมิ
คณะกรรมการจังหวัด และประธานคณะกรรมการองคการอุตสาหกรรมปาไม (อ.อ.ป)
ตอไป
๓. ใหคณะทำงานลงสำรวจขอมูลเพิ่มเติม กรณีการเปลี่ยนสภาพการถือครองที่ดินในพื้นที่
อยูอาศัยของราษฎรในโครงการสวนปา
คณะอนุกรรมการฯ มีความเห็นวา การดำเนินการแกไขปญหาที่ลาชาของหนวยงานที่เกี่ยวของ จึง
เปนการกระทำที่ไมเปนธรรมตอผูรอง เพราะผูรองไดรับความเดือดรอนจากการปลูกสรางสวนปาคอนสาร
ทับที่ทำกินและที่อยูอาศัยมาหลายสิบป และไดมีการรองเรียนตอหนวยงานของรัฐ ผูนำทองถิ่น เพื่อใหแกไข
ปญหาความเดือดรอนมาโดยตลอด จึงทำใหราษฎรขาดโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคงใน
สิทธิในที่ดินทำกิน และการกระทำของหนวยงานของรัฐที่ลาชา เปนการขัดตอมาตรา ๖๑ ของรัฐธรรมนูญ
แหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ ที่ใชในขณะนั้น ความวา บุคคลยอมมีสิทธิเสนอเรื่องราวรองทุกขและได
รับแจงผลการพิจารณาในเวลาอันสมควร และขัดตอรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ หมวด ๓
สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย สวนที่ ๑๐ สิทธิในขอมูลขาวสารและการรองเรียน
¡µ‘¢Õß§≥–Õπÿ°√√¡°“√œ
คณะอนุกรรมการสิทธิในการจัดการที่ดินและปา และคณะอนุกรรมการสิทธิในการจัดการที่ดินและ
ปา ชุดที่ ๒ ไดประชุมรวมกันในการประชุมครั้งที่ ๑๑/๒๕๕๐ เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๐ มีมติวา
การกระทำของกรมปาไมและองคการอุตสาหกรรมปาไม ในการปลูกสรางสวนปาคอนสาร ทำใหผูรองไดรับ
ความเดือดรอนไมมีที่ดินทำกิน ทั้งที่ผูรองไดครอบครองทำประโยชนมากอนสวนปาคอนสาร จึงเปนการ
กระทำที่ละเมิดสิทธิในที่ดินและทรัพยสินของผูรอง ขณะที่การแกไขปญหาที่ลาชาของหนวยงานรัฐที่
เกี่ยวของ ก็เปนการกระทำที่ไมเปนธรรมตอผูรอง คณะอนุกรรมการฯ จึงไดกำหนดมาตรการในการแกไข
ปญหา และมีขอเสนอแนะเชิงนโยบาย ดังนี้
128

