Page 124 - เสียงจากประชาชน การต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดิน กรณีร้องเรียน 2545-2550. เล่ม 5 : "การจัดการสวนป่าของรัฐและเอกชน"
P. 124

๗.)  สมาชิกตองไมปลูกสิ่งกอสรางอันเปนลักษณะโรงเรือนทั้งชั่วคราวหรือถาวร เพื่อเปนการอยูใน
                           พื้นที่ที่ไดรับอนุญาต รวมถึงสิ่งกอสรางที่อาจกอใหเกิดอันตรายตอทรัพยสินของสวนปาคอน
                           สาร
                      ๘.)  ในการทำบันทึกขอตกลงนี้ สมาชิกเขาไปตรวจสอบพื้นที่แลวและเห็นควรวาอยูในสภาพที่
                           สามารถดำเนินการไดตามวัตถุประสงคที่นาพอใจ ไมมีการลิดรอนสิทธิ

                      ๙.)  เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตแลวเสร็จ สมาชิกตองกำจัดเศษที่ตกคางใหเรียบรอย
                      ๑๐.) สมาชิกยอมรับที่จะปฏิบัติตามคำแนะนำหรือขอเสนอแนะจากพนักงานเจาหนาที่ในสวนที่
                           เกี่ยวของกับการปลูกสรางสวนปา

                      ๑๑.) หากมีขอพิพาทหรือขัดแยงกันระหวางสมาชิกกับพนักงานเจาหนาที่ ใหถือความเห็นหรือ
                           ดุลยพินิจของหัวหนาสวนปาเปนที่ยุติ
                      วันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๐ ราษฎรผูรองไดจัดประชุมเพื่อพิจารณาเงื่อนไขการเขาทำประโยชนใน
               พื้นที่สวนปาตามขอกำหนดของ อ.อ.ป. ที่ประชุมมีมติไมเขาทำประโยชนตามเงื่อนไขดังกลาว เนื่องจากเปน
               ขอกำหนดเงื่อนไขที่จำกัดสิทธิในการทำประโยชนที่ดินของราษฎรเจาของที่ดินเดิมอยางยิ่ง นอกจากนี้ ใน

               บริเวณพื้นที่สวนปาคอนสาร มีการทำประโยชนในลักษณะของศูนยปฏิบัติธรรม “ธรรมรัศมี” โดยมีพื้นที่ทั้ง
               สิ้น ๒๔๐ ไร ซึ่งสภาพการทำประโยชนและเงื่อนไขในการเขาทำประโยชน มีลักษณะที่ผิดหลักเกณฑ ขอ
               กำหนดของ อ.อ.ป. อยางสิ้นเชิง กลาวคือ

                      ๑.) การทำประโยชนดังกลาวเปนการกอสรางถาวรวัตถุขนาดใหญ ซึ่งขัดแยงกับขอกำหนดของ
               อ.อ.ป. ที่กำหนดใหผูเขาทำประโยชนตองปลูกพืชควบในพื้นที่สวนปาเทานั้น (โดยมีไมที่สวนปาปลูกสราง
               เปนไมประธาน) และกำหนดระยะหางของพืชควบหางจากไมประธานขางละ ๑ เมตร แตบริเวณดังกลาวกลับ
               ไมมีไมประธาน และไมมีพืชควบ นอกจากนี้ ขอกำหนดของ อ.อ.ป. กำหนดวาตองไมมีการปลูกสิ่งกอสราง
               อันเปนโรงเรือนทั้งชั่วคราวหรือถาวร เพื่อเปนการอาศัยในพื้นที่ที่ไดรับอนุญาต รวมทั้งสิ่งกอสรางที่อาจกอ

               ใหเกิดอันตรายตอทรัพยสินของสวนปา แตศูนยธรรมรัศมีกลับมีการกอสรางถาวรวัตถุขนาดใหญ และที่พัก
               อีกจำนวนหนึ่ง
                      ๒.) พื้นที่ที่ศูนยธรรมรัศมีเขาทำประโยชนคาดวามีประมาณ ๒๔๐ ไร ซึ่งหากพิจารณาตามระเบียบ

               การอนุญาตเขาทำประโยชนเพื่อสรางสำนักสงฆในพื้นที่ปาสงวนแหงชาติ จะอนุญาตไมเกิน ๑๕ ไร เทานั้น
                      ๓.) จากการสอบถามหัวหนาสวนปาคอนสารในวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๕๐ ที่สำนักงานสวนปา
               คอนสาร กรณีการเขาทำประโยชนของศูนยธรรมรัศมี ไดความวา “การอนุญาตดังกลาวใชอำนาจพิเศษ”
               โดยเหตุการณเกิดขึ้นในชวงป พ.ศ.๒๕๔๐ – ๒๕๔๑ ซึ่งในชวงดังกลาวหัวหนาสวนปาคนปจจุบันได
               รับตำแหนงเปนหัวหนาสวนปาแลว

                      ๔.) หากพิจารณาเปรียบเทียบระหวางการเขาทำประโยชนระหวางราษฎรผูรอง กับศูนยธรรมรัศมี
               จะเห็นวามีความแตกตางกันโดยสิ้นเชิง นอกจากนี้พื้นที่บริเวณที่ศูนยธรรมรัศมีทำประโยชนอยูเปนพื้นที่ที่
               ราษฎรผูรองถือครองทำประโยชนมากอนการปลูกสรางสวนปาคอนสาร





                                                                                                  123
   119   120   121   122   123   124   125   126   127   128   129