Page 128 - เสียงจากประชาชน การต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดิน กรณีร้องเรียน 2545-2550. เล่ม 5 : "การจัดการสวนป่าของรัฐและเอกชน"
P. 128

ก็มีการอพยพโยกยายถิ่นฐานของราษฎรจากจังหวัดตางๆ ทยอยเขามาจับจองพื้นที่เพิ่มขึ้น และมีหลักฐาน
               ที่ทางราชการออกใหเพื่อแสดงการถือครองทำประโยชนในที่ดิน  รวมทั้งหลักฐานรองรอยการทำ
               ประโยชนที่หลงเหลือจากการปรับปรุงพื้นที่เพื่อปลูกสรางสวนปา เชน ไมผล ไมยืนตน จำพวก
               มะมวง มะขาม กอไผ ขนุน สะเดา มะพราว เปนตน มีใหเห็นในบางแปลง และพื้นที่ดินที่ยังมีการทำ

               ประโยชนจนกระทั่งปจจุบันเนื่องจากราษฎรรายนั้นไมยินยอมออกจากพื้นที่ เมื่อครั้งที่มีการปลูกสรางสวนปา
               ชวงแรก จำนวนทั้งสิ้น ๑๐ ราย และหลักฐานเอกสารแสดงการครอบครองการทำประโยชนที่ดินของราษฎร
               บางรายในปจจุบัน เชน ส.ค. ๑ และใบเสียภาษีบำรุงทองที่ (ภ.บ.ท.๕  ภ.บ.ท.๖  ภ.บ.ท.๑๑)  และรวมทั้ง

               กระบวนการแกไขปญหาของจังหวัดชัยภูมิ ก็มีการรับรองผลการตรวจสอบขอเท็จจริงของคณะทำงานแกไข
               ปญหาราษฎรกรณีสวนปาคอนสาร ตามคำสั่งอำเภอคอนสาร ที่ ๖๑/๒๕๔๘ ลงวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๔๘ วา
               มีราษฎรผูเดือดรอนที่มีที่ดินทำกินและที่อยูอาศัยกอนการปลูกสรางสวนปา จำนวน ๑๐๓ ราย และ

               มีมติใหยกเลิกเพิกถอนสวนปาคอนสารแลว
                      คณะอนุกรรมการฯ จึงมีความเห็นวา ผูรองไดมีการถือครองทำประโยชนที่ดินในพื้นที่
               พิพาทมากอนการปลูกสรางสวนปาคอนสาร


                      ประเด็นที่ ๒ การดำเนินการปลูกสรางสวนปาคอนสาร มีการละเมิดสิทธิในทรัพยสิน หรือ
               ไมเปนธรรมตอผูรองหรือไม อยางไร
                      คณะอนุกรรมการฯ พบขอเท็จจริงวา คณะทำงานที่จังหวัดแตงตั้งขึ้นมา ไดตรวจสอบและจำแนกได

               ชัดเจนวา มีผูเดือดรอนที่เคยถือครองมากอนการปลูกสรางสวนปา ๑๐๓ ราย แสดงวา การที่กรมปาไมมอบ
               พื้นที่ให อ.อ.ป. โดยไมมีการสำรวจและพิจารณาใหราษฎรที่ครอบครองทำประโยชนในที่ดินมากอน ไดรับ

               สิทธิในการทำกินตอไปตามความเหมาะสมของเอกสารครอบครองที่ดินแตละราย แตกลับมอบ อ.อ.ป. ไป
               ทั้งหมด เปนการกระทำที่ไมเปนธรรมตอผูรอง เนื่องจากในพื้นที่บริเวณดังกลาว ถาไมไดมอบให อ.อ.ป.
               กรมปาไมจะพิจารณามอบให ส.ป.ก. จัดสรรที่ดินทำกินแกชาวบานก็ได ในขณะเดียวกันการที่องคการ
               อุตสาหกรรมปาไม (อ.อ.ป.) ไดรับมอบพื้นที่จากกรมปาไม ในการเขาดำเนินการปลูกสรางสวนปาคอนสาร

               เมื่อพบวามีราษฎรทำประโยชนอยูกอน แทนที่ อ.อ.ป. จะเวนพื้นที่ในสวนที่ชาวบานครอบครองทำประโยชน
               และกันพื้นที่ใหกรมปาไมไปดำเนินการแกไขปญหา กลับไมดำเนินการ แตกลับใชการกระทำขมขูคุกคาม
               บังคับใหราษฏรยินยอมออกจากพื้นที่

                      คณะอนุกรรมการฯ มีความเห็นวา การที่กรมปาไมมอบพื้นที่ใหองคการอุตสาหกรรมปาไมปลูก
               สรางสวนปา โดยไมมีการสำรวจ ตรวจสอบพิจารณาพื้นที่วา มีราษฎรครอบครองทำประโยชนมากอน และ
               การกระทำของ อ.อ.ป. ในการขมขูคุกคามราษฎร จึงเปนการละเมิดสิทธิในทรัพยสินของผูรอง ซึ่งขัดตอ

               มาตรา ๔๘ ของบัญญัติรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ ที่ใชในขณะนั้นความวา สิทธิของ
               บุคคลในทรัพยสินยอมไดรับการคุมครอง และรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ สวนที่
               ๕ สิทธิในทรัพยสิน มาตรา ๔๑ – ๔๒ และเปนการกระทำที่ไมเปนธรรมตอผูรอง




                                                                                                  127
   123   124   125   126   127   128   129   130   131   132   133