Page 120 - เสียงจากประชาชน การต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดิน กรณีร้องเรียน 2545-2550. เล่ม 5 : "การจัดการสวนป่าของรัฐและเอกชน"
P. 120
อยูที่เดิม จึงถูกเจาหนาที่ขมขู ทำใหราษฎรบางสวนตองจำยอมอพยพเขาอยูอาศัยในพื้นที่จัดสรรตาม
โครงการหมูบานปาไม บางสวนยายกลับไปอยูกับญาติพี่นอง และบางสวนไมยินยอมยายออกจากพื้นที่ เชน
ในกรณีนายลอง อุนขัวเรือน ราษฎรบานหัวปลวกแหลม ที่ตั้งถิ่นฐานอยูที่เดิมจนถึงปจจุบัน
๔. การดำเนินการตามระบบหมูบานปาไม โดยการจัดสรรที่ดินประเภทที่อยูอาศัยเปนแปลง
จำนวน ๑๐๐ แปลง จำแนกผูมีคุณสมบัติที่จะไดรับสิทธิออกเปนสองประเภท คือ เจาของที่ดินเดิม และคน
ทั่วไปที่เขามาอยูเปนลูกจาง โดยไดมีการพัฒนาโครงสรางพื้นฐาน ไดแก โรงเรียนและวัด ในปจจุบันมี
สมาชิกในชุมชน จำนวนประมาณ ๑๓๐ ครัวเรือน ซึ่งขนาดของชุมชนที่เพิ่มขึ้นจากเดิม สวนใหญมีลักษณะ
เปน “ครอบครัวขยาย” อยางไรก็ตาม การดำเนินงานตามระบบโครงการหมูบานปาไมก็ยังไมสามารถจัดสรร
ที่ทำกินใหกับสมาชิกหมูบานปาไม ตามแผนการที่ใหสัญญากับราษฎรที่เปนสมาชิกไดจนกระทั่งปจจุบัน
๕. การดำเนินการปลูกสรางสวนปา ในชวงระยะแรก จะใหผูนำหมูบานหรือผูมีอิทธิพล เปนผูคุม
คนงานปลูกปา เพื่อปองกันการกระทบกระทั่งกับเจาของที่ดิน โดยจะปลูกทับพื้นที่เกษตรกรรมของราษฎรที่
อยูในชวงของการผลิตและการเก็บเกี่ยว พันธุไมที่ปลูกในระยะแรกจะเปนไมเบิกนำ เชน ไมเลียบ กระถินณรงค
นนทรี สวนไมยูคาลิปตัสนำเขามาปลูกใน ป พ.ศ.๒๕๒๘ เปนตนมา
สภาพปญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการปลูกสรางสวนปาคอนสาร ไดกอผลกระทบ
ตอราษฎรในพื้นที่ รวมทั้งโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรผูเดือดรอนตลอดชวง ๒๗ ปที่ผานมา
โดยสามารถจำแนกสภาพปญหาผลกระทบไดดังตอไปนี้
๑. กรณีผูเดือดรอนที่เกิดจากการปลูกสรางสวนปาทับที่ดินทำกิน ไดแก ราษฎรที่มีที่ดินทำกิน
ที่อยูอาศัย อยูในพื้นที่ปลูกสรางสวนปาปจจุบัน
๒. กรณีผูเดือดรอนที่เปนสมาชิกโครงการหมูบานปาไม ไดแก ราษฎรที่ยินยอมเขาเปนสมาชิก
โครงการหมูบานปาไม ที่ไดรับสัญญาวาจะดำเนินการจัดสรรที่ดินทำกินและที่อยูอาศัยให แตปจจุบันยังไม
สามารถดำเนินการจัดหาที่ดินทำกินใหกับราษฎรได
๓. กรณีผูเดือดรอนที่เปนครอบครัวขยาย หมายถึง ราษฎรที่เปนบุตรเขย สะใภ หรือทายาท
ของเจาของที่ดินเดิม ซึ่งปจจุบันประสบปญหาเรื่องที่ดิน กลาวคือ ไรที่ดินทำกิน หรือที่ดินทำกินไมเพียงพอ
การดำเนินการแกไขปญหาที่ผานมา
นับตั้งแตองคการอุตสาหกรรมปาไม (อ.อ.ป.) เขามาดำเนินโครงการปลูกสรางสวนปาในพื้นที่ เมื่อป
พ.ศ.๒๕๒๑ เปนตนมา ราษฎรที่ไดรับความเดือดรอนจากโครงการดังกลาว ก็ไดมีการเรียกรองตอหนวยงาน
ของรัฐเพื่อใหยกเลิกการปลูกสรางสวนปา และคืนสิทธิที่ดินทำกินแกราษฎรผูเดือดรอนมาโดยตลอด รวมทั้ง
การยื่นหนังสือขอรองเรียนเพื่อใหแกไขปญหาผานผูนำทองถิ่นหรือนักการเมือง รวมทั้งการชุมนุมของราษฎร
แตอยางไรก็ตาม อ.อ.ป. ก็ยังคงเขาดำเนินการโครงการดังกลาวจนถึงปจจุบัน ตอมาในป พ.ศ.๒๕๔๗ ก็ไดมี
การรวมกลุมจัดตั้ง “เครือขายองคกรชาวบานอนุรักษน้ำเซิน” และไดยื่นขอเรียกรองตอนายอำเภอ
คอนสาร (นายสมศักดิ์ อิทธิวรกุล ) ในกรณีสวนปาคอนสารมีขอเรียกรองดังนี้
(๑) ใหยกเลิกสวนปาคอนสารโดยเด็ดขาด
(๒) ใหออกเอกสารสิทธิแกราษฎรผูเดือดรอน
119

