Page 103 - เสียงจากประชาชน การต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดิน กรณีร้องเรียน 2545-2550. เล่ม 5 : "การจัดการสวนป่าของรัฐและเอกชน"
P. 103

‡ ’¬ß®“°ª√–™“™π                            °“√µàÕ Ÿâ‡æ◊ËÕ ‘∑∏‘„π∑’Ë¥‘π °√≥’√âÕ߇√’¬π ÚıÙı-Úıı
                                                       ç°“√®—¥°“√ «πªÉ“¢Õß√—∞·≈–‡Õ°™πé



                   (๓) ควรสนับสนุนใหชาวบานมีสวนรวมในการจัดการพื้นที่บางสวนของสวนปา หรือพื้นที่ในความ
                       ดูแลของ อ.อ.ป. ในพื้นที่ตางๆ ที่ควรกำหนดสัดสวนใหกันพื้นที่เพื่อฟนฟูเปนปาชุมชนเพื่อ
                       ประโยชนของประชาชนในพื้นที่ ตามหลักคิดความรับผิดชอบตอสังคมขององคกรธุรกิจ หรือ
                       องคกรรัฐกึ่งธุรกิจแบบ อ.อ.ป. โดยคณะรัฐมนตรีอาจกำหนดพื้นที่ในสัดสวนที่เหมาะสมสำหรับ
                       การจัดเปนปาชุมชนเพื่อรักษาสภาพนิเวศวิทยาของปาแตละประเภทตามแตพื้นที่ซึ่งสวนปา

                       นั้นๆ ตั้งอยู เชน กรณีสวนปาหวยน้ำขาว ควรกำหนดพื้นที่ที่เหมาะกับนิเวศของปาที่ราบต่ำ
                       ที่ตอเนื่องกับระบบนิเวศปาเชิงเขา เปนตน
                   (๔) กรณีสวนปาหวยน้ำขาวเปนกรณีตัวอยางที่สะทอนใหเห็นวาพื้นฐานของหนวยงานรัฐมีมุมมอง

                       วาทรัพยากรที่ดินและปาไมเปนอำนาจตามกฎหมายของตนที่จะบริหารจัดการพื้นที่โดย
                       เอกเทศและเด็ดขาดตามวิจารณญาณและแผนงานประจำปของงบประมาณที่หนวยงานกำหนด
                       ไว แตขอเท็จจริงในพื้นที่ จิตสำนึกการอนุรักษสิ่งแวดลอมของประชาชนไดผานการเรียนรูและ
                       พัฒนามาสูการเห็นความสำคัญของการอนุรักษสภาพแวดลอมเพื่อประโยชนของชุมชนตามที่
                       รัฐธรรมนูญรองรับ

                   ดังนั้น รัฐมนตรีวาการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ในฐานะผูกำกับ ดูแล อ.อ.ป.
            ควรปรับเปลี่ยนนโยบายการทำงานของหนวยงานรัฐที่เกี่ยวของ ใหเขาใจถึงสิทธิตามรัฐธรรมนูญตลอดจน
            ระเบียบวิธีปฏิบัติเกาที่ขัดแยงกับสภาพสังคมการเมืองและการตื่นตัวของภาคประชาชน โดยมีกระบวนการ

            และรูปธรรมที่ชัดเจน และงายตอการปฏิบัติงานของเจาหนาที่ระดับตางๆ โดยยึดหลักสอดคลองกับ
            เจตนารมณรัฐธรรมนูญ และควรสนับสนุนใหเกิดการเรียนรูพัฒนาการของสังคม เพื่อใหเกิดความเขาใจของ
            ผูปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีตอขอเรียกรองของประชาชนบนฐานสิทธิชุมชนและประโยชนสวนรวม อันจะทำให
            การประเมินสภาพที่แทจริงของปญหาเปนไปโดยถูกตอง ลดอคติระหวางกันและปองกันความผิดพลาดที่นำ
            ไปสูความขัดแยงกับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งตองการรักษาทรัพยากรและสภาพแวดลอมที่ดีของชุมชนที่ตน

            สังกัด
                   ๒) มูลนิธิฟนฟูชีวิตและธรรมชาติ และมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ซึ่งเปนองคกรเอกชนดาน
            สิ่งแวดลอม ไดสำรวจพื้นที่ที่ อ.อ.ป. ไถดันพื้นที่ปาธรรมชาติ เมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๔๗ และในวันที่

            ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๔๗ ทั้งสององคกรไดยื่นหนังสือใหกับผูบังคับการกองบังคับการตำรวจปาไมใหดำเนิน
            การสืบสวนขอเท็จจริงกรณี อ.อ.ป ทำลายปา ผลการสำรวจไดแสดงไวดังนี้
                   (๑) แปลงที่ ๑ บริเวณติดถนนหลวงสาย ๔ เนื้อที่ประมาณ ๑๐๐ ไร และแปลงที่ ๒ บริเวณดานใน
                       ติดกับแนวเขตรักษาพันธุสัตวปา เขาประ-บางคราม บริเวณเชิงเขาครอบกะทะ เนื้อที่ประมาณ
                       ๒๖๐ ไร ยังมีสภาพปาสมบูรณ แมผืนปาดังกลาวจะผานการสัมปทานทำไมมากอน แตบางสวน

                       อยูในสภาพกำลังฟนตัว โดยสังเกตเปรียบเทียบจากสภาพปาโดยรอบที่ อ.อ.ป. ยังไมไดดำเนิน
                       การตัดถางรวมทั้งจากการสอบถามจากราษฎร
                   (๒) พื้นที่บริเวณที่ อ.อ.ป. ไดทำการไถดันนั้น เปนปาแนวกันชนติดกับเขตรักษาพันธุสัตวปา

                       เขาประ-บางคราม และเปนปาชุมชนที่ราษฎรชวยกันดูแลและเก็บหาของปาเปนรายไดเสริม
                       โดยเฉพาะพื้นที่แปลงที่ ๒ ที่ติดกับเขตรักษาพันธุสัตวปา เปนถิ่นอาศัยของนกแตวแรวทองดำ


       102
   98   99   100   101   102   103   104   105   106   107   108