Page 146 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม 2563)
P. 146

ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม – สิงหาคม 2563)  145



                  หน่วยงานท�าหน้าที่ในการตรวจเยี่ยมสถานที่ต่าง ๆ ตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
                  นิวซีแลนด์ก�าหนด
                         การจัดตั้ง NPM เป็นไปตามบริบทของแต่ละประเทศไม่มีรูปแบบตายตัวเป็นการเฉพาะ

                  เนื่องจากพิธีสาร OPCAT ไม่ได้ก�าหนดรายละเอียดในส่วนนี้ไว้ เพียงแต่กลไกดังกล่าวจะต้องด�าเนินงาน
                  อย่างเป็นอิสระ มีเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญในหลากหลายสาขาวิชาชีพ และมีสัดส่วนที่เหมาะสม
                  ทั้งด้านเพศและด้านเชื้อชาติ  ทั้งนี้  ในการพิจารณาจัดตั้ง  NPM  รัฐภาคีอาจน�าหลักการปารีส
                  (Paris Principles) มาใช้เป็นกรอบแนวทางในการจัดตั้งหรือมอบหมายกลไกดังกล่าวด้วย

                         (5) การจัดท�ารายงานประเทศ การเข้าเป็นภาคีพิธีสาร OPCAT ไม่ได้ก�าหนดให้รัฐภาคีมีพันธกรณี
                  ที่จะต้องจัดท�ารายงานประเทศแต่อย่างใด แต่รัฐภาคีอาจน�าข้อมูลที่ได้จากการด�าเนินงานของ NPM บรรจุ
                  ไว้ในรายงานประเทศตามอนุสัญญา CAT ได้
                         (6) ข้อห่วงกังวล หลายประเทศรวมถึงประเทศไทยมีข้อห่วงกังวลต่อการที่ SPT สามารถ

                  เข้าตรวจสถานที่คุมขังได้ทุกที่โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า การเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับจ�านวนบุคคลที่ถูก
                  ลิดรอนอิสรภาพและจ�านวนของสถานที่ซึ่งท�าให้บุคคลเสื่อมเสียซึ่งอิสรภาพ และข้อมูลเกี่ยวกับการ
                  ปฏิบัติต่อผู้คุมขัง โดยเรื่องนี้ ผู้แทน APT ได้เน้นย�้าว่า แม้เรื่องดังกล่าวจะเป็นอาณัติของ SPT ตาม
                  พิธีสาร OPCAT แต่ในทางปฏิบัติ SPT จะมีการหารืออย่างเป็นทางการกับรัฐภาคีทุกครั้งก่อนการ

                  ด�าเนินการใด ๆ ภายในรัฐภาคี และรายงานหรือข้อเสนอแนะของ SPT จะเผยแพร่ต่อสาธารณชน
                  ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากรัฐภาคีเท่านั้น
                         (7) ในส่วนของความพร้อมของประเทศไทยในการเข้าเป็นภาคีพิธีสาร OPCAT ผู้แทน APT
                  ได้แสดงความคิดเห็นว่า  ประเทศไทยมีความพร้อมในการเข้าเป็นภาคีพิธีสาร  OPCAT  เนื่องจากที่

                  ผ่านมาประเทศไทยได้มีการปฏิรูประบบยุติธรรมทางอาญาให้ดีขึ้นมาโดยตลอด  ซึ่งการเข้าเป็น
                  ภาคีพิธีสาร  OPCAT  จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยในการมีกรอบแนวทางในการปฏิรูปให้เป็น
                  รูปธรรมยิ่งขึ้น  รวมถึงการที่ประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ  (CAT)  เมื่อ
                  ปี  พ.ศ.  2550  ซึ่งชี้ให้เห็นว่าไทยประสงค์ที่จะขจัดการทรมานให้หมดไปจากสังคมไทยอันเป็นเรื่องที่

                  สอดคล้องกับสาระส�าคัญของพิธีสาร OPCAT นอกจากนี้ แม้ประเทศไทยยังไม่เข้าเป็นภาคีพิธีสาร
                  OPCAT แต่กลไกอื่น ๆ ของสหประชาชาติ เช่น ผู้เสนอรายงานพิเศษของสหประชาชาติว่าด้วยการ
                  ทรมาน (UN Special Rapporteur on Torture) ก็สามารถเข้ามาตรวจเยี่ยมสถานที่คุมขังประเภท
                  ต่าง ๆ ของไทยได้ ดังนั้น จึงไม่มีปัญหาอุปสรรคในการเข้าเป็นภาคีพิธีสาร OPCAT ของประเทศไทย

                  นอกจากนี้  เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของไทยในการเข้าเป็นภาคีพิธีสาร  OPCAT  หน่วยงาน
                  ภาครัฐที่เกี่ยวข้องควรเริ่มจัดการหารือร่วมกันเกี่ยวกับรูปแบบที่เหมาะสมของ NPM ของไทยต่อไป
                  เนื่องจาก APT มักพบว่า หลายประเทศประสบปัญหาในการจัดตั้งหรือมอบหมาย NPM ที่เหมาะสม
                  กับบริบทของประเทศตน

                         (8) ผลดีของการเข้าเป็นภาคีพิธีสาร OPCAT
                         การเข้าเป็นภาคีพิธีสาร OPCAT ถือเป็นเครื่องมือที่ส�าคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและ
                  ความน่าเชื่อถือให้แก่รัฐ  เพราะการทรมานถือเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคลอย่าง
                  ร้ายแรงและเป็นการท�าลายศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ การเข้าเป็นภาคีพิธีสาร OPCAT จึงเป็น
   141   142   143   144   145   146   147   148   149   150   151