Page 16 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาเพื่อเตรียมการจัดให้มีสถาบันพัฒนาระบบและองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้การกำกับดูแลของ กสม.
P. 16

9



                       ในสวนของสํานักงาน กสม. มีบทบาทและหนาที่ตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติประกอบ
               รัฐธรรมนูญวาดวยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ พ.ศ. 2560 มาตรา 49 ดังนี้

                         (1) รับผิดชอบงานธุรการและดําเนินการเพื่อใหคณะกรรมการบรรลุภารกิจและหนาที่
               ตามที่กําหนดไวในรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ และกฎหมายอื่น
                         (2) อํานวยความสะดวก ชวยเหลือ สงเสริม และสนับสนุน การปฏิบัติงานของคณะกรรมการและ
               กรรมการ

                         (3) ศึกษา รวบรวม วิเคราะหขอมูล และสนับสนุนใหมีการวิจัยเกี่ยวกับงานของคณะกรรมการ รวมทั้ง
               ประสานงานกับหนวยงานของรัฐ องคกรเอกชน หรือองคกรอื่นใดในดานสิทธิมนุษยชนเพื่อประโยชนในการ
               สนับสนุนภารกิจและหนาที่ของคณะกรรมการ
                         (4) ปฏิบัติหนาที่อื่นใดตามที่มีกฎหมายกําหนดหรือที่คณะกรรมการมอบหมาย

                       หากพิจารณาในบทบัญญัติมาตรา 49 (3) จะเห็นไดวา แมวา กสม. จะมิไดมีหนาที่โดยตรงในการ
               “ในการศึกษา วิจัย และเผยแพรความรูและพัฒนาความเขมแข็งดานสิทธิมนุษยชน” แตเปน “การสงเสริม
               สนับสนุน และรวมมือแกบุคคล หนวยงานของรัฐ และภาคเอกชน” หรือ “จางบุคคลหรือสถาบันซึ่งมีความรู
               ความเชี่ยวชาญดําเนินการในเรื่องนั้นไดตามที่จําเปน... หรือแตงตั้งคณะอนุกรรมการ” แตพระราชบัญญัติ

               ประกอบรัฐธรรมนูญกําหนดใหสํานักงานเปนองคกรที่มีหนาที่รับผิดชอบเพื่อสนับสนุนภารกิจของ กสม.

                       ในโครงสรางปจจุบัน ภารกิจในการพัฒนาระบบและองคความรูดานสิทธิมนุษยชนถือเปนความ
               รับผิดชอบของ “กลุมงานวิจัยสิทธิมนุษยชน” ภายใตสํานักกิจการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ (สํานัก
               กิจการ กสม.) อยางไรก็ดี ภารกิจดังกลาวยังไมมีความชัดเจนมากนัก ในแผนยุทธศาสตรคณะกรรมการสิทธิ
               มนุษยชนแหงชาติ (พ.ศ.2560-2565) (คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ, ม.ป.ป.) ในยุทธศาสตรที่ 5

               เสริมสรางและพัฒนากระบวนการทํางานและการบริหารจัดการองคกรใหเกิดผลสัมฤทธิ์โดยยึดมั่นคุณธรรม
               และความโปรงใส กลยุทธที่ 5.4 จึงไดมีการกําหนดใหมีสถาบันพัฒนาระบบและองคความรูดานสิทธิมนุษยชน
               ภายใตการกํากับดูแลของ กสม. ที่มีศักยภาพดานงบประมาณในการดําเนินงาน ภายใตกํากับดูแลของ กสม.

               เพื่อพัฒนาระบบและองคความรูดานสิทธิมนุษยชน (ขีดเสนใต-เนนโดยผูวิจัย) เชน การศึกษาวิจัยและเผยแพร
               ความรูดานสิทธิมนุษยชน การจัดทําหลักสูตรดานสิทธิมนุษยชน การจัดทําวารสารวิชาการ เปนตน อยางไรก็ดี
               หากพิจารณาการพัฒนาระบบและองคความรูดานสิทธิมนุษยชนในความหมายกวาง จะเห็นไดวา มีเนื้อหาที่
               เกี่ยวของในแผนยุทธศาสตร (กลยุทธ) อื่นๆ ดวย ดังนี้

                       กลยุทธที่ 4.1 พัฒนางานสงเสริมสิทธิมนุษยชน และจัดใหมีแผนในการสงเสริมความรูความเขาใจ

               เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน (ขีดเสนใต-เนนโดยผูวิจัย) ที่ครอบคลุมเนื้อหากลุมเปาหมายและกระบวนการที่
               หลากหลายเหมาะสม ซึ่งมีโครงการเชิงยุทธศาสตร 2 โครงการ คือ โครงการจัดทําแผนสงเสริมความรูความ
               เขาใจเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน และโครงการสงเสริมความรูความเขาใจและสรางความตระหนักในเรื่อง
               สิทธิมนุษยชน

                       กลยุทธที่ 4.3 จัดใหมีศูนยกลางความรูและแหลงขอมูลดานสิทธิมนุษยชน (ขีดเสนใต-เนนโดยผูวิจัย)

               กําหนดโครงการเชิงยุทธศาสตรไว 2 โครงการคือ โครงการพัฒนาศูนยสารสนเทศสิทธิมนุษยชน โครงการ
               พัฒนาหอจดหมายเหตุสิทธิมนุษยชน

                       กลยุทธที่ 5.3 พัฒนาใหเปนองคกรแหงการเรียนรู (learning organization) มีการจัดการองคความรู
               (Knowledge Management- KM) มีระบบการถายทอดสื่อสารขอมูลและองคความรูระหวางบุคลากรใน

               องคกร ซึ่งมีโครงการสําคัญคือโครงการจัดการความรูในองคกร
   11   12   13   14   15   16   17   18   19   20   21