Page 18 - เสรีภาพในการถือศาสนา เสรีภาพในการปฏิบัติตามศาสนธรรม ศาสนบัญญัติ และการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม กรณีการห้ามสตรีที่นับถือศาสนาอิสลามสวมฮิญาบ
P. 18
รุนแรงต่อสตรีที่ต้องการสวมผ้าคลุมศีรษะทั้งหมดเนื่องจากความเชื่อ
ทางศาสนา จึงอาจเป็นมาตรการที่เกินสัดส่วนได้ แต่โดยที่มาตรการห้าม
ดังกล่าว มิได้มีการจำากัดเป็นการเฉพาะถึงเสรีภาพในการสวมใส่อาภรณ์
ในที่สาธารณะที่มิได้เกี่ยวข้องกับการปกปิดใบหน้า องค์คณะจึงเห็นว่า
การห้ามดังกล่าวมิได้อยู่บนพื้นฐานศาสนา
อย่างไรก็ดี การเลือกที่จะให้มีหรือไม่มีการปกปิด
ใบหน้าทั้งหมดเป็น “ทางเลือก” (Choice) ของแต่ละสังคม ซึ่งรัฐบาล
ฝรั่งเศสสามารถใช้ดุลพินิจในเรื่องดังกล่าวได้ (France had a wide
margin of appreciation) ซึ่งในกรณีนี้ ศาลจำาเป็นต้องจำากัดการ
เข้าไปแทรกแซงพิจารณาว่าเป็นไปตามอนุสัญญาหรือไม่ เพราะจะเป็น
การกระทบต่อวิธีการตามกระบวนการทางประชาธิปไตยในสังคมนั้น
ซึ่งได้มีการอภิปรายถกเถียงและไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกันในสภา
แห่งยุโรปได้ (Council of Europe) อันเป็นข้อประจักษ์ว่า รัฐสามารถ
ใช้ดุลพินิจในเรื่องดังกล่าวได้ ดังนั้น การห้ามคลุมศีรษะทั้งหมดดังกล่าว
จึงอาจถือเป็นการได้สัดส่วนที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ได้ กล่าวคือ
เพื่อวัตถุประสงค์ของการสงวนรักษาไว้ซึ่งสภาพของการอยู่ร่วมกัน
ในสังคม (Living Together) จึงถือว่าไม่เป็นการละเมิดมาตรา ๘ และ ๙
ของอนุสัญญา ๖
๖
คดี S.A.S. v. France [GC] – 43835/11 Judgment 1.7.2014 [GC]
เสรีภาพในการถือศาสนา เสรีภาพในการปฏิบัติตามศาสนธรรม ศาสนบัญญัติ
16 และการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม กรณีการห้ามสตรีที่นับถือศาสนาอิสลามสวมฮิญาบ

