Page 15 - เสรีภาพในการถือศาสนา เสรีภาพในการปฏิบัติตามศาสนธรรม ศาสนบัญญัติ และการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม กรณีการห้ามสตรีที่นับถือศาสนาอิสลามสวมฮิญาบ
P. 15
และเสรีภาพทางศาสนาดังกล่าวได้ และคำาวินิจฉัยสภาแห่งรัฐเรื่อง
เสรีภาพในการนับถือศาสนาในโรงเรียน (คดี M. et Mme. Aoukili)
วินิจฉัยเมื่อปี ๒๕๓๘ ว่า คำาสั่งของครูพละที่ให้นักเรียนหญิงมุสลิมถอด
ผ้าคลุมหน้าออกในชั่วโมงยิมนาสติกเพื่อความปลอดภัย โดยที่โรงเรียน
ก็มีกฎห้ามนักเรียนคาดผ้าคลุมหน้าในห้องเรียน เป็นการชอบด้วย
กฎหมาย เพราะคำาสั่งห้ามมิให้คาดผ้าคลุมหน้าไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะ
ห้ามอย่างเด็ดขาดที่จะแสดงออกถึงความเชื่อทางศาสนาของนักเรียน
ในโรงเรียน แต่คำาสั่งดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน
เพราะการไม่ยอมปลดผ้าคลุมหน้าอาจจะเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุได้
และถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นครูพละก็จะต้องรับผิดชอบในอันตรายที่เกิดขึ้น
ดังนั้น คำาสั่งของครูพละที่ให้นักเรียนหญิงมุสลิมถอดผ้าคลุมหน้าจึง
เป็นการจำากัดเสรีภาพในการปฏิบัติตามศาสนาที่มีวัตถุประสงค์เพื่อ
ความสงบเรียบร้อยของสังคม จึงสามารถกระทำาได้ ๔
ต่อมา ประเทศฝรั่งเศสได้ออกรัฐบัญญัติของฝรั่งเศส
เลขที่ ๒๐๑๐ - ๑๑๙๒ เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม ค.ศ. ๒๐๑๐ ห้ามปกปิด
ใบหน้าในสาธารณสถาน โดยรัฐบัญญัติดังกล่าวห้ามบุคคลสวมใส่ใน
สาธารณสถาน ซึ่งผ้าคลุมทุกประเภทที่จะปิดบังดวงหน้าทั้งหมด เช่น
บูร์กาและนิกอบ ดังนั้น อาภรณ์ที่มิได้ปกปิดใบหน้าผู้สวม เช่น ชาดอร์
หรือ ฮิญาบ ก็ไม่ถูกห้ามตามกฎหมายนี้ รัฐบัญญัติดังกล่าว นอกจาก
จะมีผลต่อชาวฝรั่งเศสทั่วไปแล้ว ยังใช้บังคับแก่นักท่องเที่ยวทั้งหลาย
ในประเทศด้วย
๔
ชนาทร จิตติเดโช, “เสรีภาพทางศาสนากับปัญหาสิทธิมนุษยชน” http://58.181.
145.132/multim/jindex/9-25/9-25-77.pdf สืบค้นเมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๘
เสรีภาพในการถือศาสนา เสรีภาพในการปฏิบัติตามศาสนธรรม ศาสนบัญญัติ 13
และการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม กรณีการห้ามสตรีที่นับถือศาสนาอิสลามสวมฮิญาบ

