Page 20 - การปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม กรณีคนพิการไม่ได้รับสิทธิให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน
P. 20
มาตรา ๑๕ และมาตรา ๒๐ ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ ๒ (๑) และข้อ ๗ กติการะหว่าง
ประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ข้อ ๒๖ และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิของคนพิการ
ข้อ ๒ และข้อ ๕ ได้ให้ความสำาคัญกับการไม่เลือกปฏิบัติต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความพิการ ดังนั้น
ในการตีความกฎหมายของสำานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมต้องตีความอย่างกว้างเพื่อให้
สิทธิกับบุคคล โดยมิให้มีการเลือกปฏิบัติ ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรา ๓๐ ของรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยในทางปฏิบัติเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ
ต้องระมัดระวังเพื่อมิให้เกิดการเลือกปฏิบัติหรือการกระทบสิทธิของประชาชน และต้องเคารพใน
ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความเท่าเทียมกันของคนพิการ ซึ่งจากกรณีร้องเรียน การที่เจ้าหน้าที่
สำานักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดตราดใช้ดุลพินิจในการให้ความเห็นและแจ้งต่อผู้ร้องว่า เนื่องจาก
ระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคัดเลือก
เกษตรกร ซึ่งจะมีสิทธิได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๓๕ ข้อ ๖ (๔) กำาหนดไว้
ว่า ผู้ที่มีสิทธิเข้าทำาประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. จะต้องเป็นผู้มีร่างกายสมบูรณ์ โดยเจ้าหน้าที่สำานักงานการ
ปฏิรูปที่ดินจังหวัดตราดตีความหมายรวมถึงคนพิการทุกประเภท ซึ่งการตีความกฎหมายดังกล่าวเป็น
การตีความอย่างแคบ ทำาให้ผู้ร้องถูกจำากัดสิทธิและเสียสิทธิในการเข้าทำาประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน
ทั้งที่ผู้ร้องยังมิได้มีการยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา เนื่องจากในการประกอบอาชีพ
เกษตรกรรม บุคคลที่สามารถประกอบการเกษตรได้ ควรพิจารณาในเรื่องของความสามารถในการ
ประกอบอาชีพเป็นหลักมากกว่าการพิจารณาจากสภาพร่างกายของบุคคล โดยกรณีที่คนพิการที่เป็น
เกษตรกร ถึงแม้ว่าจะมีความผิดปกติหรือบกพร่องทางด้านร่างกาย แต่หากยังมีความสามารถในการ
ประกอบเกษตรกรรมได้ เช่น เป็นผู้ลงทุน ดูแล ควบคุม หรือกำากับ ในการทำาการเกษตร ก็ถือว่าเป็น
ผู้มีคุณสมบัติสามารถประกอบการเกษตรได้ และเป็นเกษตรกรตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดิน
เพื่อเกษตรกรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคัดเลือกเกษตรกร ซึ่งจะมีสิทธิได้รับที่ดิน
จากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๓๕ ดังนั้น ในการให้คำาจำากัดความตามระเบียบ
คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคัดเลือกเกษตรกร
ซึ่งจะมีสิทธิได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๓๕ ข้อ ๖ (๔) คำาว่า “มีร่างกาย
สมบูรณ์” ควรมีการกำาหนดความหมายและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อมิให้เป็นการใช้ดุลพินิจของ
เจ้าหน้าที่ในการตีความข้อกฎหมายและทำาให้เกิดการปฏิบัติที่แตกต่างกัน โดยเป็นแนวทางให้สำานักงาน
การปฏิรูปที่ดินจังหวัดทุกจังหวัดปฏิบัติเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และเพื่อมิให้เกิดการร้องเรียนดังเช่น
กรณีร้องเรียนข้างต้นขึ้นอีก ทั้งนี้ ในการพิจารณาไม่ให้สิทธิในการเข้าทำาประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน
กับผู้ใดนั้น ต้องมีการระบุเหตุผลที่ชัดเจนประกอบด้วย ซึ่งในการแก้ไขปัญหาในระยะยาว สำานักงาน
การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมควรที่จะมีการปรับปรุงแก้ไขระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อ
เกษตรกรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคัดเลือกเกษตรกร ซึ่งจะมีสิทธิได้รับที่ดินจาก
การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๓๕ เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช ๒๕๕๐ ที่ให้สิทธิและเสรีภาพของบุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครอง
19
การปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม กรณีคนพิการไม่ได้รับสิทธิให้เข้าทำาประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน

