Page 88 - คู่มือสิทธิมนุษยชนศึกษาสำหรับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
P. 88
“โอ้มวลมนุษย์ ! แท้จริงเราได้บังเกิดพวกเจ้ามาจากชายหนึ่งและ
หญิงหนึ่ง และบันดาลพวกเจ้าให้แตกออกเป็นเผ่าพันธุ์และเป็นกลุ่มต่าง ๆ
เพื่อพวกเจ้าจะได้ทำาความรู้จักซึ่งกันและกัน แท้จริงผู้มีเกียรติที่สุด ในหมู่
พวกเจ้า ณ ที่อัลลอฮ์ คือ ผู้ที่มีความยำาเกรง” (อัลหุญุร๊อต : 13)
ส่วนอีกกฎเกณฑ์หนึ่งที่มีให้กับความเสมอภาค คือ ทุกคนมีเกียรติ
ของความเป็นมนุษย์ อัลกุรอานได้ระบุถึงสิ่งดังกล่าว ความว่า “ขอยืนยัน
เราได้ให้เกียรติแก่ (มนุษย์) ลูกหลานอาดัม” (อัลอิสรออ์ : 70) ดังนั้น
ด้วยเกียรตินี้ อัลลอฮ์ได้ทรงทำาให้มนุษย์เป็นตัวแทนของพระองค์ในพื้นพิภพนี้
บรรดามะลาอิกะฮ์ (เทวทูตผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามคำาสั่งของอัลลอฮ์ ซึ่งมนุษย์
ธรรมดามองไม่เห็น) ได้ให้การสุยูด (กราบเคารพให้เกียรติ) แก่เขาและทรงทำาให้
เขาเป็นนายแห่งจักรวาลและทรงให้สิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าและแผ่นดินยอมสิโรราบ
ให้แก่เขา ฉะนั้น ด้วยเหตุดังกล่าว มนุษย์จึงมีฐานันดร มีเกียรติภูมิที่เหนือกว่า
บรรดาสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาทั้งหมดและอัลลอฮ์ทรงมอบเกียรตินี้ให้แก่มนุษย์
ทุกคนโดยไม่มีการยกเว้น เพื่อให้เป็นสายใยแห่งการคุ้มครองและปกป้อง
ให้กับมนุษย์ทุกคน ไม่มีการแบ่งแยกระหว่างคนรวย คนจน ชนชั้นผู้นำา
และผู้อยู่ใต้การปกครอง ซึ่งทั้งหมดจะต้องอยู่ต่อหน้าอัลลอฮ์และอยู่ต่อหน้า
กฎหมายของพระองค์ และไม่ว่าในสิทธิต่างๆ โดยรวมนั้น ย่อมมีความ
เท่าเทียมกัน (ในวันนั้น)
สำาหรับหลักการที่สองที่ได้เน้นย้ำาถึงสิทธิมนุษยชนนั้น คือ
หลักอิสรภาพที่อัลลอฮ์ทรงกำาหนดให้มนุษย์มีภาระหน้าที่ในการทำานุบำารุง
ผืนแผ่นดินและสรรสร้างอารยธรรมแห่งมนุษยชาติ ซึ่งไม่มีภาระหน้าที่ใด
ที่ปราศจากอิสรภาพ แม้กระทั่งเรื่องของการศรัทธาและการปฏิเสธ
ซึ่งอัลลอฮ์ทรงกำาหนดให้ผูกพันอยู่กับความปรารถนาของมนุษย์ ความว่า
“ดังนั้น ผู้ใดปรารถนา เขาก็จงศรัทธาเถิด และผู้ใดปรารถนา เขาก็จง
72 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

