Page 107 - คู่มือสิทธิมนุษยชนศึกษาสำหรับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
P. 107
“และเมื่อผู้ใดในหมู่พวกเขาได้รับข่าวว่าได้ลูก
ผู้หญิง ใบหน้าของเขากลายเป็นหมองคล้ำาและ
เศร้าสลด เขาจะซ่อนตัวเองจากกลุ่มชน เนื่องจาก
ความอับอายที่ได้ถูกแจ้งแก่เขา เขาจะเก็บเอาไว้
ด้วยความอัปยศหรือฝังมันในดิน พึงรู้เถิดสิ่งที่
พวกเขาตัดสินใจนั้นมันชั่วแท้ๆ”
(อัลกุรอาน 16: 58-59)
อิสลามได้ค่อยๆ มาเปลี่ยนมุมมองต่อผู้หญิงและยกระดับพวกเธอ
ให้สูงขึ้น โดยเริ่มตั้งแต่การสั่งห้ามการฆ่าทารกผู้หญิง ดังโองการพระ
ผู้เป็นเจ้าว่า
“และเมื่อทารกหญิงที่ถูกฝังทั้งเป็นถูกถามด้วยความผิดอันใด
เขาจึงถูกฆ่า”
(อัลกุรอาน 81: 8-9)
อิสลามมองว่าผู้ชายและผู้หญิงต่างมีเกียรติศักดิ์ศรีที่เท่าเทียมกัน
ครั้งหนึ่ง อุมม์ สะละมะฮ์ ภรรยาของท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.) ได้ถามท่านนบีว่า
“ทำาไมอัลกุรอาน พูดถึงแต่ผู้ชาย ไม่พูดถึงผู้หญิงบ้างเลย?” จนกระทั่งวันหนึ่ง
พระผู้เป็นเจ้าจึงได้ลงโองการมายังท่านนบี โดยกล่าวถึงความเท่าเทียมกัน
ระหว่างผู้ชายและผู้หญิงว่า
“แท้จริงบรรดาผู้นอบน้อมชายและหญิง บรรดา
ผู้ศรัทธาชายและหญิง บรรดาผู้ภักดีชายและหญิง
บรรดาผู้สัตย์จริงชายและหญิง บรรดาผู้อดทน
ชายและหญิง บรรดาผู้ถ่อมตัวชายและหญิง
บรรดาผู้บริจาคทานชายและหญิง บรรดาผู้ถือศีล
อดชายและหญิง บรรดาผู้รักษาอวัยวะเพศของ
คู่มือสิทธิมนุษยชนศึกษาสำาหรับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 91

