Page 194 - รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2556
P. 194
193
รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำาปี ๒๕๕๖
(๑) การส่งเสริมและประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำา
ท้องถิ่น เรื่อง “การเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรมให้แก่
เครือข่ายผู้นำาชุมชนและผู้นำาท้องถิ่น จังหวัดอุบลราชธานี” เมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๖ โดยความ
ร่วมมือระหว่างจังหวัดอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และสำานักงาน กสม. โดยมีวัตถุประสงค์
เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจสิทธิต่างๆ ของประชาชนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมให้กับผู้นำาชุมชน
และผู้นำาท้องถิ่น เพื่อให้สามารถนำาไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้นำาชุมชนและผู้นำาท้องถิ่น รวมทั้ง
นำาไปเผยแพร่ถ่ายทอดแนะนำาให้สมาชิกในชุมชนและท้องถิ่นได้ทราบถึงสิทธิของตนเองต่อไป ตลอดจน
สามารถให้ข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันหรือแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้อีกด้วย
(๒) การสนับสนุนและให้ความรู้เครือข่ายเกี่ยวกับสิทธิในกระบวนการยุติธรรม
(๒.๑) ครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๕๖ ที่จังหวัดขอนแก่น เรื่อง “วิพากษ์
คำาพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดี เจริญ วัดอักษร สู่การถอดบทเรียน
ขบวนการประชาชนอีสาน” ณ โรงแรมโฆษะ จังหวัดขอนแก่น ระหว่าง
วันที่ ๒๑ – ๒๒ เมษายน ๒๕๕๖ มีประชาชนจากพื้นที่ภาคตะวันออก
เฉียงเหนือ ประมาณ ๑๐๐ คน ประกอบด้วย ประชาชนจากจังหวัดเลย
กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี ประชาชนที่ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ กสม.
และมีแนวโน้มอาจถูกฟ้องร้องดำาเนินคดี ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น จังหวัด
หนองคาย จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดยโสธร จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัด
สกลนคร เข้าร่วมรับฟัง แสดงความเห็นเกี่ยวกับกระบวนการต่อสู้ในพื้นที่
และเสนอว่า ควรต้องมีการถอดประสบการณ์การต่อสู้ในกระบวนการ
ยุติธรรมของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้กลุ่มอื่นได้เรียนรู้ด้วย
(๒.๒) ครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ท่าพระจันทร์ เรื่อง “กฎหมาย อำานาจ (ดุลยพินิจ ในการมีคำาสั่งปล่อยตัว
ชั่วคราว และข้อกฎหมายที่จำากัดสิทธิในการต่อสู้คดีที่ไม่สอดคล้องกับ
แนวคิดสิทธิมนุษยชน” ซึ่งมีเนื้อหาในการส่งเสริมให้ประชาชนเกิดการ
แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องสิทธิของประชาชนกับการประกันตัว ซึ่งถือเป็น
สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน และถือเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของ
บุคคลในการที่จะไม่ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวเว้นแต่จะมีเหตุอันสมควร โดยมี
ผู้แทนจากสภาทนายความ ผู้แทนศาลฎีกา ประธานคณะกรรมการปฏิรูป
กฎหมาย นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยต่างๆ นักวิชาการอิสระ และผู้แทน
ชาวบ้านที่ต้องคดีและไม่ได้รับการประกันตัว และประชาชนที่สนใจมาร่วม
แสดงความเห็น

