Page 86 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 86
๗๒ | หน้ า
กับระบบนิเวศน์และวิถีชีวิตของชาวบ้าน กลุ่มผู้ร้องเรียนต้องการให้คณะกรรมการสิทธิฯ จัดเวทีประชุมกับ
ประชาชนเกี่ยวกับผลกระทบในการดําเนินโครงการสร้างอ่างเก็บน้ําคลองชมพู โดยให้ กรมชลประทาน และกรม
อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช มาสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนเกี่ยวกับผลกระทบต่อ
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจากสร้างอ่างเก็บน้ํา และให้ข้อมูลกับประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบถึงความ
คืบหน้าเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว และขอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ รายงานผลการดําเนินการตาม
ข้อร้องเรียนให้ประชาชนทราบด้วย
๗) กรณี ขุดลอกคลองลําพะเนียง ปัญหายังคงดํารงอยู่ กรมชลประทานยุติการขุดขยายเฉพาะ
พื้นที่ ที่ประชาชนไม่ยินยอมเท่านั้น แต่ส่วนในพื้นที่ที่ชาวบ้านรู้ไม่เท่าทัน ก็ยังมีการเข้าไปขุดขยายอยู่ ทําให้ยังมี
การนําเรื่องไปฟ้องร้องต่อศาลปกครองจนถึงปัจจุบัน โดยกรมชลประทานไม่ยอมชดใช้ค่าเสียหายจนกว่าคดีถึง
ที่สุดเท่านั้น ส่วนความเดือดร้อนในเรื่องที่ทํากินก็ไม่ได้รับการเยียวยาใดๆ ทั้งสิ้น คันคลองก็ขาดตอน เพราะ
ประชาชนบางส่วนไม่ยินยอมให้ขุดและทําคันดิน น้ําที่เคยใช้ในการทําการเกษตรก็ไม่อาจใช้ได้เต็มที่เพราะต้อง
คอยสูบเข้า และคันดินกลับเป็นปัญหาสําหรับช่วงหน้าฝน เพราะน้ําไม่สามารถไหลลงคลองได้ หรือแม้กระทั่งการ
ฟื้นฟูริมฝั่งคลอง การฟื้นฟูพันธุ์ปลาก็ยังไม่มีการดําเนินการแต่อย่างใด ในเรื่องของค่าชดเชยบางคดีที่ฟ้องร้องต่อ
ศาลปกครองไปแล้วศาลมีการพิพากษาแล้ว ชาวบ้านก็ได้รับค่าชดเชยแล้ว คดีที่ยื่นไปบางคดีศาลได้ตัดสินให้
ชาวบ้านชนะกรมชลประทานให้ชดใช้ค่าเสียหาย ไม่มีค่าเสียโอกาส บางคดียังดําเนินการอยู่เพราะศาลรับฟ้องเป็น
รายบุคคลเพราะชาวบ้านแต่ละคนได้รับความเสียแตกต่างกัน ศาลจึงไม่รับฟ้องแบบเป็นกลุ่ม ผลการแก้ปัญหาผู้
ร้องเรียนยังไม่เป็นที่พอใจ เนื่องจากปัญหาดังกล่าวมิได้เกิดจากการแก้ไขโดยกรมชลประทานหากแต่เกิดการ
ฟ้องร้องต่อศาลโดยชาวบ้าน ค่าเสียที่ศาลพิพากษาก็ไม่เพียงพอกับความเสียหายที่ชาวบ้านได้รับ และการสูญเสีย
สภาพแวดล้อมริมลําน้ํา และได้ร้องต่อสํานักนายกรัฐมนตรี เพื่อตรวจสอบแก้ไขและฟื้นฟูระบบนิเวศน์ เช่น การ
ปลูกต้นไม้ริมคลอง สร้างฝายเก็บกักน้ํา สร้างสะพานข้ามคลอง
๘) กรณีค่าทดแทนจากโครงการอ่างเก็บน้ําแม่มอก ปัญหายังคงดํารงอยู่ เนื่องจากผู้ร้องเรียนยัง
ไม่ได้รับค่าชดเชย หรือค่าเสียโอกาสแต่อย่าง สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือถึงกระทรวงเกษตร
และสหกรณ์เพื่อดําเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรมชลประทานรายงานว่า ชาวบ้านได้นําเรื่องไปฟ้องศาล
ปกครองเชียงใหม่ ตามคดีดําหมายเลขที่ ๒๕๘/๒๕๔๙ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๔๙ และให้รอคําสั่งศาล หาก
ศาลตัดสินเช่นไรให้ดําเนินการตามนั้น เนื่องจากรัฐบาลยังไม่มีมติใด ๆ เรื่องเงียบไปหลายปีแล้ว แต่มีชาวบ้านส่วน
หนึ่ง(บ้านแม่เปลี่ยน) นําเรื่องไปฟ้องศาลปกครองฟ้องเป็นรายบุคคล โดยใช้ทุนส่วนตัวซึ่งชาวบ้านต้องเสียค่า
ทนาย ร้อยละ ๒๐ ของค่าชดเชยที่ได้รับ แต่อีกส่วนหนึ่งก็ไม่ได้ดําเนินการต่อแต่อย่างใด รอมติคณะรัฐมนตรี
ศาลปกครองจังหวัดเชียงใหม่ตัดสินให้จ่ายค่าชดเชยให้กับผู้ร้อง แต่กรมชลประทาน ทําเรื่องอุทธรณ์ต่อศาล
ปกครองสูงสุด เรื่องอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด หากผลเป็นประการใด ถือว่าเป็นอันสิ้นสุด
๙) กรณีการจ่ายค่าชดเชยจากอ่างเก็บน้ําลําพันชาดปัจจุบันเรื่องอยู่ในศาลปกครอง จึงต้องรอว่า
ศาลปกครองจะตัดสินเช่นไร
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”

