Page 83 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 83
หน้ า | ๖๙
๑๑) กรณีโครงการลุ่มน้ําปากพนัง ปัจจุบันกรรมการไม่ได้มีการประชุม การเปิดปิดประตูน้ําอยู่ใน
การตัดสินใจของโครงการลุ่มน้ําปากพนัง การแก้ปัญหา มิใช่การเปิด-ปิดประตูน้ําแต่เพียงอย่างเดียวเพราะปัญหา
สลับซับซ้อน เป็นระบบนิเวศน์ ๓ น้ํา อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาคงต้องใช้เวลา และข้อมูลทางวิชาการในการ
ตัดสินใจบนฐานการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เพราะมีผู้มีส่วนได้เสียจํานวนมากและลุ่มน้ําปากพนังมีพื้นที่
กว้างขวางครอบคลุมหลายอําเภอ
๑๒. กรณีเปิด-ปิดประตูระบายน้ําเขื่อนปากมูล ผู้ร้องเรียนให้ข้อมูลว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ
ดําเนินการ คือ มีการเปิดประตูระบายน้ําระยะเวลาการเปิดปิดไม่เหมาะสม ไม่ทันฤดูกาลที่ปลาขึ้นไปวางไข่ เช่น ปี
๒๕๕๐ เปิดช้าเปิดเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๕๑ไม่เปิด เพราะ ครม.มีมติให้รักษาระดับน้ํา ๑๐๖ -๑๐๘ ม.รทก. ปี
๒๕๕๒ เปิดช้า(เดือนกรกฎาคม) ๒๕๕๓ ทั้งที่ ครม. มีมติให้เปิด ปีละ ๔ เดือน นอกจากนั้นครม. มีมติให้ตั้ง
คณะกรรมการระดับจังหวัดขึ้นมาแก้ไขปัญหา แต่องค์ประกอบของคณะกรรมการไม่เหมือนเดิมคือ แต่เดิมสัดส่วน
ของฝ่ายราชการ ชาวบ้าน นักวิชาการต้องมีสัดส่วนเท่ากัน แต่ที่แต่งตั้งใหม่มีข้าราชการ ๕๐ คน ชาวบ้าน ๓ คน
จึงคาดว่าไม่น่าจะมีความเป็นธรรม
๑๓) กรณีอ่างเก็บน้ํา ตําบลโคคลาน สํานักนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือที่ นร. ๐๑๐๕/๘๔๗๕๒
ลงวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๓ ถึง เลขาธิการศูนย์ช่วยเหลือเกษตรกร เรื่องการแก้ปัญหาเรื่องที่ดินทํากินให้แก่
เกษตรกร โดยให้ดําเนินการดังนี้ ๑) ให้สํานักงานปฏิรูปที่ดิน จัดสรรที่ดินทํากินให้คนละ ๑๕ ไร่ ๒) คืนที่ดินให้
เกษตรกรในกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐ (กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) บุกรุกที่ทํากินของชาวบ้าน ไปสวน
ป่าอนุรักษ์ ป่าชุมชน ๓) ให้กรมชลประทานจ่ายค่าชดเชย เยียวยา ค่าเสียโอกาส ในกรณีที่พื้นที่นาถูกนําท่วมจาก
การก่อสร้างอ่างเก็บน้ําตําบลโคคลาน สรุปผลการแก้ปัญหา ปัญหายังคงดํารงอยู่แม้ว่า สํานักนายกรัฐมนตรี ได้แจ้ง
ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดําเนินการ จัดสรรที่ดินทํากินและคืนที่ดินให้กับเกษตรกรที่เดือดร้อน แต่หน่วยงานยังไม่
ดําได้ดําเนินการแต่อย่างใด ชาวบ้านกําลังหารือกันว่าหากหน่วยงานไม่แก้ไข จะรวมตัวกันพังอ่างเก็บน้ําเพื่อเอา
ที่ดินคืน
๑๔) กรณีค่าชดเชยโครงการคลองส่งน้ําฝายคลองท่าทน ปัญหายังคงดํารงอยู่กรมชลประทาน
ดําเนินแล้วบางส่วนกล่าวคือมาชี้แจงกับชาวบ้านแต่ชาวบ้านยังไม่พอใจ และขอให้ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
ลงมาช่วยเหลือเรื่องการฟ้องร้องเรียกค่าชดเชย เนื่องจากชาวบ้านไม่มีความรู้เรื่องกฎหมาย
๑๕) กรณีอ่างเก็บน้ําหนองกะท้าว กรมทรัพยากรน้ํา มีความเห็นว่า เนื่องจากกรณีพิพาทดังกล่าว
ได้เข้าสู่กระบวนพิจารณาของศาลปกครองแล้ว และสํานักงานศาลปกครองพิษณุโลกได้มีคําสั่งไม่รับคําฟ้องของผู้
ฟ้องคดีไว้พิจารณา และให้จําหน่ายคดีออกจากสารบบความ ตามเหตุผลประกอบการทําคําสั่งไม่รับฟ้องตามข้อ ๑
รวมทั้งผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาได้พิจารณากรณีนี้และมีคําวินิจฉัยให้ยุติการพิจารณาเนื่องจากได้มีการ
กําหนดมาตรการเยียวยาราษฎรที่เดือดร้อนจากโครงการดังกล่าวแล้วตามข้อ ๒ ประกอบกับการได้รับข้อเท็จจริง
เพิ่มเติมจาก อบต.หนองกะท้าว เกี่ยวกับโครงการดังกล่าวว่าเกิดจากความต้องการของราษฎรในพื้นที่ และมีการ
ดําเนินการกําหนดแนวทางและมาตรการช่วยเหลือเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างอ่างเก็บน้ําวังปูน ซึ่ง
พิจารณาแล้วเห็นว่ามีความชัดเจนและเป็นธรรมโดยเฉพาะการได้เปิดโอกาสให้ราษฎรที่ได้รับผลกระทบได้เข้ามามี
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”

