Page 80 - รายงานประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี 2551 - 2552
P. 80
78
รายงานการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒
ปัญหาการละเมิดสิทธิในกระบวนการยุติธรรม โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ
สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส
และ ๔ อำาเภอของจังหวัดสงขลา) ภายหลังการประกาศให้เป็นพื้นที่สถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว จังหวัด
ชายแดนภาคใต้ก็ได้กลายเป็นพื้นที่พิเศษของการบังคับใช้กฎหมายที่แตกต่างจากจังหวัดอื่นๆ
ของประเทศไทย คือ อยู่ภายใต้การบังคับใช้ของกฎหมายพิเศษ ๓ ฉบับ อันได้แก่พระราชบัญญัติ
กฎอัยการศึก พ.ศ.๒๔๕๗ และพระราชกำาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘
และกฎหมายพิเศษอีกฉบับหนึ่ง คือ พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
พ.ศ.๒๕๕๑
โดยหลักการและทางปฏิบัติ เป็นที่ทราบกันดีว่า กฎหมายพิเศษ ดังกล่าวนี้ มีบทบัญญัติที่
มุ่งจำากัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่รัฐผู้มีอำานาจตามกฎหมาย
พิเศษสามารถจับหรือเชิญตัวตามนัยแห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึกฯ และพระราชกำาหนดการ
บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ตลอดจนควบคุมตัว ผู้ถูกควบคุมตัว หรือผู้ต้องสงสัยว่า
เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความไม่สงบ (มิใช่ผู้ถูกกล่าวหา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ
อาญา) เพื่อซักถาม (มิใช่สอบปากคำาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา) โดยสามารถ
ควบคุมตัวได้เป็นระยะเวลาทั้งสิ้น ๓๗ วัน (ควบคุมตัวตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึกฯ ๗ วัน
และพระราชกำาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ อีก ๓๐ วัน) ญาติหรือทนายความ
ไม่สามารถเข้าถึงบุคคลผู้ถูกควบคุมตัวดังกล่าวได้ ทำาให้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มักมีการ
ร้องเรียนจากญาติหรือผู้ถูกควบคุมตัวว่า เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายโดยขาดการเคารพหลัก
นิติธรรมหรือการขาดการบังคับใช้กฎหมายด้วยความเป็นธรรม
ผู้ถูกเชิญตัวตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึกฯ หรือพระราชกำาหนดการบริหารราชการ
ในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ยังมิใช่ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ต้องสงสัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
ความอาญา การจับ การควบคุม และระยะเวลาในการควบคุม รวมถึง การปฏิเสธสิทธิขั้นพื้นฐาน
ในกระบวนการยุติธรรมโดยไม่อนุญาตให้ทนายความเข้าพบหรือเข้าเยี่ยมในระหว่างการควบคุม
ตัว ฯลฯ เป็นการปฏิเสธหรือละเมิดสิทธิอันเป็นหลักประกันขั้นพื้นฐานในการคุ้มครองสิทธิและ
เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ และ ๒๕๕๐ รวมถึงประมวล
กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาอีกด้วย
จากสถิติการร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในช่วงปี ๒๕๕๑–๒๕๕๒
พบว่า ผู้ถูกควบคุมตัวจำานวนมากถูกซ้อมทรมานเพื่อให้รับสารภาพ ถูกบังคับให้สูญหายหรือการ
วิสามัญฆาตกรรม นอกจากนี้ มีเรื่องร้องเรียนต่อศูนย์ทนายความมุสลิม ๑,๐๐๐ กว่าเรื่อง ระบุว่า
มีการซ้อมทรมาน ทั้งที่เกิดและไม่เกิดบาดแผลต่อผู้ต้องสงสัยในช่วงที่ถูกกักขัง ๗ วัน เหตุเกิด
ทั้งที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร และศูนย์ปฏิบัติการตำารวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดยะลา มีการ

