Page 243 - เสียงจากประชาชน การต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดิน กรณีร้องเรียน 2545-2550. เล่ม 5 : "การจัดการสวนป่าของรัฐและเอกชน"
P. 243
‡ ’¬ß®“°ª√–™“™π °“√µàÕ Ÿâ‡æ◊ËÕ ‘∑∏‘„π∑’Ë¥‘π °√≥’√âÕ߇√’¬π ÚıÙı-Úıı
ç°“√®—¥°“√ «πªÉ“¢Õß√—∞·≈–‡Õ°™πé
หลากหลายทางภูมิประเทศซึ่งสงผลตอความหลาก มาตั้งสำนักงานสวนปาหวยน้ำขาวและครอบครอง
หลายทางชนิดพันธุในพื้นที่ โดยภาครัฐไดกำหนด ฝายของชาวบานไปดวย) ตอมารัฐบาลประกาศ
พื้นที่ปาดังกลาวเปนปาสงวนแหงชาติ ปาชองศิลา- ยกเลิกการทำสัมปทานปาบกทั่วประเทศทำใหพื้นที่
ปาชองขี้แรด ปาดังกลาวยุติการสัมปทานไม แตกระทรวงเกษตร
ตอมาในป พ.ศ.๒๕๑๑-๒๕๑๓ พื้นที่ปา และสหกรณก็มีนโยบายใหองคการอุตสาหกรรม
ดังกลาวเริ่มมีการสัมปทานปาไม โดยบริษัท กระบี่ ปาไมดำเนินการดูแลและบำรุงสวนปาที่ปลูกตาม
ทำไม จำกัด เปนผูไดรับสัมปทาน ซึ่งในระยะตอมา เงื่อนไขการสัมปทานไม โดยมีการลงนามรับมอบ
สงผลกระทบตอชุมชนเนื่องจากเริ่มขาดแคลนน้ำใน พื้นที่จากกรมปาไมในป พ.ศ.๒๕๓๓ จำนวน ๑๒
การทำนา แหลงน้ำตางๆ ตื้นเขินและน้ำไมไหลตาม แปลง มีเนื้อที่รวม ๖,๕๐๓ ไร และ อ.อ.ป. ไดดำเนิน
ธรรมชาติ เนื่องจากการสัมปทานไดมีการใชรถไถ การไถดันเพื่อปลูกยางพาราและปาลม ซึ่งสงผลตอ
ดันปาซึ่งทำใหเกิดตะกอนลงพื้นที่ลำหวยตางๆ ชาว ชุมชนมาก เปนผลใหในป พ.ศ.๒๕๔๐ ชุมชนตอง
บานหลายรายตองเปลี่ยนจากการทำนาไปทำสวน ยุติการทำนาทุกครัวเรือน ในป พ.ศ.๒๕๔๓ อ.อ.ป.
หรือปลูกผักแทน แตชุมชนก็ไดรวมกันเพื่อแกไข ไดไถดันพื้นที่ปาเดิมโดยอางวามีอัตราการรอดตาย
ปญหาโดยการนำของกำนันสรางฝายทดน้ำพื้นที่ ต่ำ และถมคลองแคเพื่อขยายพื้นที่ปลูกยางพารา
๖๐๐ ไร โดยมีชาวบานรวมแรงกันกวา ๑๐๐ คนในป และปาลม เปนเนื้อที่ ๓๕๗ ไร ทำใหชาวบานที่
พ.ศ.๒๕๑๔ แลวเสร็จในป พ.ศ.๒๕๑๗ ซึ่งไดใชถึงป เดือดรอนไดรวมตัวกันคัดคานและออกหนังสือให
พ.ศ.๒๕๓๑ เทานั้น (เพราะหลังจากนั้น อ.อ.ป. ไดเขา อ.อ.ป. ยุติการไถดันปา แตไมไดรับความรวมมือจึง
242

