Page 245 - เสียงจากประชาชน การต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดิน กรณีร้องเรียน 2545-2550. เล่ม 5 : "การจัดการสวนป่าของรัฐและเอกชน"
P. 245
‡ ’¬ß®“°ª√–™“™π °“√µàÕ Ÿâ‡æ◊ËÕ ‘∑∏‘„π∑’Ë¥‘π °√≥’√âÕ߇√’¬π ÚıÙı-Úıı
ç°“√®—¥°“√ «πªÉ“¢Õß√—∞·≈–‡Õ°™πé
สภาพดินเปนดินทราย สภาพพื้นที่เปนที่ราบลุม มี ขัดแยงหลัก คือ ประเด็นการรุกล้ำที่ทำกินของชาว
น้ำชุมในฤดูฝน มีอาณาบริเวณติดเขตปาสงวนแหง บาน หลังจากนั้นภายในชุมชนเริ่มมีการรวมกลุม
ชาติ ๒ แหง ที่ติดตอกันคือ ปาสงวนแหงชาติฝงซาย ของชาวบานผูไดรับผลกระทบจากยูคาลิปตัส ในการ
หวยสำราญ อยูในเขตตำบลตาคง และปาสงวนแหง เรียกรองใหหนวยงานที่เกี่ยวของไดเห็นถึงปญหา
ชาติฝงขวาหวยเสน อยูในเขตตำบลพระแกว อำเภอ ความเดือดรอน ตั้งแตระดับตำบล อำเภอ จนถึงระดับ
สังขะ จังหวัดสุรินทร ติดถนนสายโชคชัย-เดชอุดม จังหวัด แตไมประสบผลสำเร็จ กระทั่ง พ.ศ.๒๕๓๒
หลักกิโลเมตรที่ ๒๐๒ โดยไดดำเนินการปลูกสราง ชาวบานรอบๆ สวนปาหนองเยาะ ไดจัดตั้งเปนคณะ
สวนปาไดในป พ.ศ.๒๕๒๒-๒๕๒๕ รวมพื้นที่ กรรมการชาวบานอนุรักษและฟนฟูปาหนองเยาะ
ทั้งหมด ๓ แปลง เนื้อที่ ๑,๕๒๗ ไร เปนไมยูคาลิปตัส และรวมกับผูที่ไดรับผลกระทบจากยูคาลิปตัสใน
๑,๒๘๑ ไร กระถินณรงค ๒๔๐ ไร และเลี่ยน ๖ ไร พื้นที่ จังหวัดอื่นๆ อีก ๘ จังหวัดภาคอีสาน เปน
จึงทำใหเกิดผลกระทบตอชุมชนและสิ่งแวดลอมใน เครือขายชาวบานผูไดรับผลกระทบจากยูคาลิปตัส
พื้นที่ปาหนองเยาะหลายดาน ไดแก การปลูกทับที่ ๘ จังหวัดภาคอีสาน เพื่อรวมตัวกันตอสูและหา
ทำกินของชาวบานบางสวน ทำใหชาวบานไรที่ดิน แนวทางในการแกไขปญหา สถานการณในขณะนั้น
ทำกิน การถางไมธรรมชาติและการเขายึดพื้นที่ของ นับไดวาผลกระทบจากยูคาลิปตัสไดขยายผล ยก
ชาวบานที่เคยใชประโยชน สงผลตอใหชุมชนขาด ระดับจากปญหาของชุมชนทองถิ่น เปนปญหาระดับ
แหลงไมใชสอย ของปา พื้นที่เลี้ยงสัตว สถานที่ นโยบายการพัฒนาประเทศ และตอมาในป
ประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อ แหลงยาสมุนไพร พ.ศ.๒๕๓๕ ไดมีการยื่นขอเรียกรองตอผูอำนวยการ
ตลอดทั้งในชวงฤดูฝน การปลูกยูคาลิปตัส ไดสงผล องคการอุตสาหกรรมปาไม คณะกรรมาธิการสิ่ง-
ตอการชะลางพังทลายของหนาดิน เนื่องจากไมมีพืช แวดลอมประจำรัฐสภา และนายกรัฐมนตรี แตปญหา
คลุมดิน ทำใหทรายไหลทับที่นาของชาวบานที่มี ก็ยังไมสามารถหาขอยุติได จนกระทั่งในชวงปลายป
พื้นที่ทำกินติดกับสวนปา นอกจากนี้ยังสงผลตอการ พ.ศ.๒๕๓๙ กลุมชาวบานไดเขารวมชุมนุมเรียกรอง
ลดปริมาณลงของจำนวนสัตวปา แมลง และของปา ใหมีการแกไขปญหากับสมัชชาคนจน รัฐบาลใน
จำพวก เห็ด เปนตน ซึ่งในขณะนั้นมีทั้งชาวบานที่ ขณะนั้นจึงไดมีมติคณะรัฐมนตรีใหดำเนินการแกไข
เห็นดวยและไมเห็นดวย กลุมที่เห็นดวยเปนกลุม ปญหาดังกลาว
ใหญที่ไดรับผลประโยชนโดยตรงจากการเปนลูกจาง เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ พ.ศ.๒๕๔๐ โดย
ของสวนปา สวนกลุมที่ไมเห็นดวย เจาหนาที่สวนปา คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการแกไขปญหา
ไดทำการขมขูวาจะจับกุมดำเนินคดีขอหาบุกรุกปา สวนปาหนองเยาะ ดังนี้
สงวนแหงชาติ ประกอบกับการไมรูรายละเอียดของ ๑) ใหยกเลิกการทำสวนปาและใหมีการปลูก
การดำเนินโครงการของชาวบาน ฟนฟูปาธรรมชาติ โดยกรมปาไมหาเงินจากภาค
ตอมาในชวงป พ.ศ.๒๕๒๙ - ๒๕๓๑ องคการ เอกชนมาสนับสนุน ไรละ ๓,๐๐๐ บาท โดยไมมี
อุตสาหกรรมปาไม มีแผนการขยายแปลงปลูกยูคาลิปตัส เงื่อนไขผูกพัน กระทรวงเกษตรและสหกรณมีนโยบาย
เพิ่มเติมอีก ๕,๐๐๐ ไร แตถูกชาวบานคัดคาน โดย ใหเปนโครงการนำรองเพียงโครงการเดียวซึ่งกรมปา
ในชวงปลายป พ.ศ.๒๕๒๙ เริ่มมีความตึงเครียด ไมจะหาเงินใหภายในเดือนเมษายน พ.ศ.๒๕๔๐
ระหวางชาวบานกับเจาหนาที่สวนปา ประเด็นความ ครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งหนึ่งจะจายใหภายในป พ.ศ.
244

