Page 14 - คู่มือการอ้างอิงและการเขียนรายการเอกสารอ้างอิง สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
P. 14
บทที่ 2 การอ้างถึงแหล่งที่มาของข้อมูลในงานเขียน
การเขียนข้อมูลระบุแหล่งที่มาของเอกสารหรือข้อมูลที่ผู้เขียนงานหนึ่งๆ ได้น าข้อคิด ความเห็น
ข้อความ แนวคิดทฤษฎี ฯลฯ จากงานของผู้อื่นมาใส่ไว้ในงานเขียนของตน เป็นการแจ้งให้ผู้อ่านทราบว่า
เจ้าของความคิด คือใคร หรือมีงานหรือแนวความคิดของใครบ้างที่เกี่ยวข้องหรือมีอิทธิพลต่องานเขียนดังกล่าว
และที่ส าคัญหากผู้อ่านสนใจอ่านเนื้อหาที่มีการอ้างอิงนั้นเพิ่มเติม สามารถค้นหาต่อไปได้ ซึ่งผู้เขียนงานจะต้อง
แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับงานที่ได้อ้างถึงอย่างมีแบบแผน เนื้อหาที่จะกล่าวต่อไปนี้ จะเป็นกฎพื้นฐานในการแจ้ง
รายละเอียดเกี่ยวกับผลงานที่ผู้เขียนงานน ามาสนับสนุนงานเขียนของตน ทั้งนี้ การอ้างถึงแหล่งที่มาของข้อมูล
ในงานเขียนสามารถท าได้ด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้ การคัดลอกทั้งข้อความ (Quoting) การถอดความ (Paraphrasing)
จากงานของผู้อื่น การเขียนอ้างอิงตามลักษณะการน าข้อความหรือความคิดของผู้อื่นมาใส่ไว้ในงานของตน
(Citing References in Text) และการเขียนรายละเอียดของสารสนเทศที่อ้างถึงตามรูปแบบหรือสไตล์
ที่ก าหนดใช้ (Listing References)
2.1 การอ้างอิงในกรณีคัดลอกข้อความ (อัญพจน์) (Quotation)
อัญพจน์ (Quotation) คือ ข้อความที่คัดลอกมาจากข้อเขียนของผู้อื่นโดยตรงมาอ้างอิงไว้ใน
งานเขียนของตน เพื่อช่วยเพิ่มคุณค่าและน้ าหนักของเนื้อหาในเอกสารนั้นๆ ข้อความที่คัดลอกมานั้นจะคัดลอก
มาเพื่อการสนับสนุนหรือคัดลอกมาเพื่อวิพากษ์วิจารณ์ ขยายความ หรือน ามาอ้างอิงก็ได้
การคัดลอกข้อความ เป็นการน าข้อความจากงานเขียนของผู้อื่นที่เหมือนต้นฉบับทุกประการมาวางไว้
เป็นส่วนหนึ่งในงานของผู้เขียน ในกรณีที่ผู้เขียนไม่สามารถสรุปความหรือถอดความมาเป็นส านวนของผู้เขียน
เองได้ หรือท าได้ไม่ดีเท่าของเดิม หรือผู้เขียนต้องการที่จะรักษารูปแบบของข้อความเดิมไว้ เช่น ข้อความที่เป็น
ค าพูดหรือความคิดเห็น ข้อความจากจดหมาย ส านวน กฎหมาย ทฤษฎี เป็นต้น การคัดลอกต้องคงวิธีเขียน
เหมือนต้นฉบับเดิม ทั้งการใช้ค าการสะกดค า เครื่องหมายวรรคตอน และรักษารูปประโยคเดิม
ตัวอย่าง
เสรี วงษ์มณฑา (2542) ได้ให้ความหมายว่า
“การประชาสัมพันธ์เป็นการกระท าทั้งหลายทั้งปวง ที่เกิดจากการวางแผนล่วงหน้าใน [ไม่ถูกต้อง]
การที่จะสร้างความเข้าใจกับสาธารณชนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดทัศนคติที่ดี ภาพพจน์ที่ดี อันน าไปสู่
สัมพันธภาพที่ดีระหว่างหน่วยงานและสาธารณชนที่เกี่ยวข้อง ก่อให้เกิดการสนับสนุนและความร่วมมือ
เป็นอย่างดี” (น. 9)
Miele (1993) found the following:
The “placebo effect,” which had been verified in previous studies, disappeared when
behaviors were studied in this manner. Furthermore, the behaviors were never
exhibited again [emphasis added], even when reel [sic] drugs were administered.
Earlier studied (e.g., Abdullah, 1984; Fox, 1979) were clearly premature in attributing
the results to a placebo effect (p. 276)
คู่มือการเขียนอ้างอิงและการเขียนรายการเอกสารอ้างอิงของส านักงาน กสม. (2563) 3

