Page 224 - รายงานสรุปผลการดำเนินโครงการฝึกอบรมหลักสูตรการคุ้มครองการละเมิดสิทธิชุมชน สิทธิในที่ดิน ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม สำหรับเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. ระหว่างวันที่ 19-23 สิงหาคม 2566 ณ โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
P. 224
แนวค าวินิจฉัยศาลปกครองสูงสุดเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน
๒. ค ำพิพำกษำศำลปกครองสูงสุดที่ อ. ๕๑๐/๒๕๖๕
เดิมผู้ฟ้องคดีเป็นสมาชิกนิคมฯ ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าท าประโยชน์ (เนื้อที่ ๑ งาน ๑๗ ตารางวา) ต่อมาผู้ฟ้องคดีขอให้
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ รังวัดที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีครอบครองและท าประโยชน์ในนิคมฯ เพิ่มเติม (เนื้อที่ ๕๐ ไร่) โดยอ้างหลักฐานการช าระภาษีบ ารุง
ท้องที่ (ภ.บ.ท. ๕) เพื่อออกหนังสือแสดงการท าประโยชน์ในที่ดินของนิคม (น.ค. ๓) ให้แก่ผู้ฟ้องคดี แต่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ มิได้ด าเนินการ
แต่ต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้จัดสรรที่ดินบริเวณดังกล่าวให้กับผู้อื่น ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าเป็นการออกหนังสืออนุญาตท าประโยชน์ทับซ้อนกับ
ที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีครอบครอง เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เดิมเจ้าหน้าที่ของส านักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดฯ ไม่พิจารณาออกเอกสาร
ส.ป.ก. ๔-๐๑ ในที่ดินพิพาทให้แก่เกษตรกรผู้เข้าท าประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าสภาพของที่ดินเป็นป่าโปร่ง มีลักษณะเป็น
ที่ดินหัวไร่ปลายนา (แต่ไม่รับฟังเป็นป่าชุมชนบ้านผาซ่อน – โชคชัย เพราะปชช.จัดตั้งกันเองไม่ได้ขออนุญาต) ประกอบกับส านักงานการ
ปฏิรูปที่ดินจังหวัดฯ มีความเห็นซึ่งเสนอต่อที่ประชุมของผู้ถูกฟ้องคดีในคราวประชุม ครั้งที่ ๒/๒๕๕๓ เมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๓ ว่า
ส.ป.ก. มิได้ด าเนินการกันที่ดินพิพาทคืนกรมป่าไม้ และที่ดินพิพาทเป็นพื้นที่ที่ไม่สมควรน าไปปฏิรูปที่ดิน เนื่องจากมีสภาพป่าเป็น
แปลงเล็กแปลงน้อย สภาพแปลงไม่ติดกับป่าผืนใหญ่ จึงด าเนินการเพิกถอนที่ดินเฉพาะส่วนที่มีสภาพเป็นป่าเพื่อให้น าไปใช้ประโยชน์ของ
ชุมชนตามบันทึกข้อตกลงระหว่างกรมป่าไม้และส.ป.ก. ได้ ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีมีมติให้ยกเลิกการจัดที่ดินส่วนที่มีสภาพเป็นป่า ซึ่งอยู่
ในเขตที่ดินแปลงที่ผู้ฟ้องคดีได้รับส.ป.ก. ๔-๐๑ จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว

