Page 29 - ระเบียบ ประกาศ และหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคลตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกำหนด
P. 29
หน้า ๒๑
เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๑๒๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๐
มีประสิทธิภาพ เกิดผลสัมฤทธิ์ และคุ้มค่าเพียงใด แล้วทํารายงานเสนอผลการสอบบัญชีต่อรัฐสภาและ
คณะรัฐมนตรี โดยไม่ชักช้า
หมวด ๔
บทกําหนดโทษ
มาตรา ๕๙ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของคณะกรรมการตามมาตรา ๓๕ (๑) มาตรา ๔๐
วรรคสี่ หรือมาตรา ๔๔ โดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือฝ่าฝืนมาตรา ๔๖ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน
หกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
บทเฉพาะกาล
มาตรา ๖๐ ให้ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและกรรมการสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติซึ่งดํารงตําแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับพ้นจากตําแหน่ง
นับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ แต่ให้ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าประธาน
กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่แต่งตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่
ให้ผู้ซึ่งอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามวรรคหนึ่งมีสิทธิได้รับเงินเดือน เงินประจําตําแหน่ง
และประโยชน์ตอบแทนอื่นตามที่ได้รับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ
และให้มีสิทธิได้รับบําเหน็จตอบแทนตามมาตรา ๓๒ โดยให้ถือว่าเป็นการพ้นจากตําแหน่งเพราะลาออก
โดยให้คํานวณระยะเวลาตั้งแต่วันที่ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจนถึงวันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่
ในกรณีผู้ซึ่งอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามวรรคหนึ่ง ตาย ลาออก หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
ไม่ว่าด้วยเหตุใด และมีผู้ซึ่งอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ให้นําความในมาตรา ๒๒ มาใช้บังคับ
โดยอนุโลม
มาตรา ๖๑ ในวาระเริ่มแรก ให้การดําเนินการเกี่ยวกับการสรรหาผู้สมควรได้รับการแต่งตั้ง
เป็นประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตามพระราชบัญญัติ
ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ นอกจากต้องดําเนินการตามหมวด ๑ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แล้ว
ให้เป็นไปตามกระบวนการและกําหนดเวลาดังต่อไปนี้
(๑) ให้คณะกรรมการกําหนดระเบียบเกี่ยวกับการจดแจ้ง การรับจดแจ้ง และการเลือกกันเอง
ตามมาตรา ๑๑ วรรคสาม ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้
ใช้บังคับ และประกาศให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป
21

